News‎ > ‎Business Society‎ > ‎

ร.พ.จุฬาฯ เปิดบริการอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ “มิติใหม่แห่งการให้เพื่อทุกชีวิต” เพื่อประชาชนทุกชนชั้น

posted Jul 28, 2017, 7:24 PM by Suthep Puangmahod
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดบริการ“อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” เป็นอาคารรักษาพยาบาลรวมอาคารใหม่ขนาด 29 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 224,752.25 ตารางเมตร นับเป็นอาคารโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และศูนย์ความเป็นเลิศ ทางการแพทย์ (Excellence Center) ที่มีความเพียบพร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัย และครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ด้วยการบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้น ในระดับพรีเมี่ยมแก่ประชาชนทุกระดับในราคามิตรภาพที่คนไทยสามารถจ่ายได้ และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ป่วยในได้กว่า 1,200 เตียง ซึ่งถือเป็น “มิติใหม่แห่งการให้เพื่อทุกชีวิต” ที่ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จะมอบให้กับประชาชนคนไทยทุกชนชั้น 

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาทางกายภาพของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในด้านความไม่เป็นหมวดหมู่และปัญหาอาคารรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ทำให้ไม่สามารถให้บริการ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้องพักสำหรับผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รับบริการ รวมทั้งข้อจำกัดในการรองรับผู้ป่วยสาธารณภัยพิบัติ อุบัติภัยต่างๆ (Mass Casualty) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้สร้างอาคาร ที่มีขนาดใหญ่สองหลังเชื่อมต่อกันซึ่งเป็นอาคารรักษาพยาบาลรวม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้ใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ซึ่งมีความหมายว่า “อนุสรณ์ที่เป็นมงคลของสองพระองค์”

จากต้นปี 2559 ซึ่งเปิดให้บริการเพียง ชั้น 19 หอผู้ป่วยสามัญ ชั้น 28 ห้องพิเศษเดี่ยว ชั้น 7 หน่วยเอ็กซเรย์ หลอดเลือดรังสีร่วมรักษา, ชั้น 2 ศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพ (Imaging center) MRI-เวชศาสตร์นิวเคลียร์ จากวันนั้นถึงวันนี้ อาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ได้เปิดให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้ว 6 ศูนย์ ซึ่งได้แก่ 1) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร 2) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร 3) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต 4) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคลมชักครบวงจร 5) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และ 6) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดและจะเริ่มทยอยเปิดบริการด้านอื่นๆ ในลำดับต่อๆไป ซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เปิดให้บริการแล้วรวมทั้งหมด 21 ศูนย์

นอกจากนี้อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ยังรวมบริการต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ตามอาคารต่างๆ มาไว้ในอาคารเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปหลายอาคารเหมือนเมื่อก่อน เช่น การย้ายผู้ป่วยที่กระจัดกระจายตามตึกต่างๆ เข้ามาพักที่หอผู้ป่วยในอาคารนี้ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,250 เตียง มีส่วนสนับสนุนการให้บริการผู้ป่วยใน (In patient) แบบครบวงจร (One-Stop Service) ตั้งแต่ ชั้น 5-28 มีห้องผ่าตัดรวม 62 ห้อง สำหรับทุกสาขาวิชา, ชั้น 2 ห้องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) ห้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) รวมถึงการปรับห้องผ่าตัดระบบประสาทสมองให้มีเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กพร้อมขณะผ่าตัด เพื่อตรวจดูรอยโรคที่อยู่ในเนื้อสมองว่าผ่าออกได้หมดและไม่มากเกินไปห้องผ่าตัด Integrated ที่มีอุปกรณ์ควบคุมเทคโนโลยีต่างๆ ในห้องสามารถถ่ายทอดและสอนไปยังห้องประชุมในโรงพยาบาลและต่างประเทศได้ ห้องผ่าตัด Hybrid ที่สามารถผ่าตัดหลอดเลือดใหญ่หรือผ่าตัดสอดสายเพื่อการรักษา (Intervention surgery) ห้องผ่าตัด Robotic เป็นการผ่าตัดที่ใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำและสงวนเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นต้องตัดหรือตัดแล้วเกิดผลเสียกับผู้ป่วย 

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ จะเป็นมิติใหม่แห่งการให้ เพื่อทุกชีวิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดี มีคุณภาพให้กับประชาชนในทุกชนชั้น แต่ไม่ได้หมายความเพียงแค่การเข้าถึงบริการ ด้านความเป็นเลิศทางการแพทย์เท่านั้น ในความเป็นมิติใหม่ของการให้เพื่อทุกชีวิต ยังหมายรวมถึงการให้บริการในด้านต่างๆ ของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วย 1) มิติใหม่ของการเข้าถึงความเป็นเลิศทางการแพทย์ 2) มิติใหม่ของการจัดการด้านการบริการ 3) มิติใหม่ของการจัดการด้านกายภาพ 4) มิติใหม่ของการพยาบาลผู้ป่วยหมายถึงการทำงานร่วมกันของทุกส่วนงาน เพื่อการรักษาพยาบาลที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และมีการดูแลแบบองค์รวม รพ.จุฬาฯ มุ่งหวังที่จะเป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ที่มีคุณธรรมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ ด้วยวิสัยทัศน์จุดเปลี่ยนแห่งมิตรภาพ การบริการสุขภาพ ของคนไทยทุกชนชั้นสู่มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนสัมผัสได้ด้วยหัวใจกาชาด ศ.นพ.สุทธิพงศ์กล่าว 

ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายบริการ กล่าวว่า มิติใหม่ของการให้ด้านบริการ ของอาคารภูมิสิริฯ หมายถึงการให้บริการ แบบ One-Stop Service เป็นการปรับการให้บริการผู้ป่วยในจากเดิมอยู่ในพื้นราบ ซึ่งจะมีอาคารต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมากเมื่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์แล้วงานบริการได้เปลี่ยนไปเป็นแบบแนวดิ่ง รวมงานบริการต่างๆ มาไว้ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ได้แก่ ห้องพักผู้ป่วยจำนวน 1,250 เตียง ห้องไอซียู จำนวน 58 เตียง ห้องผ่าตัดจำนวน 62 ห้อง ฝ่ายรังสีวิทยาที่มีเครื่องมือทางรังสีรักษามากที่สุดในประเทศไทยเฉพาะ ในอาคารภูมิสิริฯ เครื่องวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scanner) จำนวน 4 เครื่อง ห้องเอกซเรย์ ห้องเจาะเลือด ธนาคารเลือด มารวมไว้ที่อาคารแห่งนี้ซึ่งจะสะดวกต่อการดูแลรักษาพยาบาลและติดตามผลของผู้ป่วยแบบเบ็ดเสร็จจบภายในอาคารเดียว
การดำเนินการด้านการบริการจะดำเนินงานภายใต้นโยบาย 4 ด้านเป็นสำคัญ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด ความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่ชั้น 14 ของอาคารยังได้จัดพื้นที่สำหรับผู้ป่วยที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตนถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์
รศ.นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายกายภาพ กล่าวว่า อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ได้เตรียมความพร้อมของพื้นที่การให้บริการภายใน ด้วยการวางแผนในการจัดระเบียบพื้นที่ ให้เป็นสัดส่วน โซน A B C D ตั้งแต่พื้นที่การรักษาพยาบาล การเรียนการสอน พื้นที่บริการผู้ป่วย และญาติได้แก่ ที่จอดรถ ร้านอาหาร ร้านค้าที่จำเป็น ห้องน้ำ พื้นที่นันทนาการรวมทั้งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สนับสนุนผลงานวิจัยเพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ทางวิชาการ นอกจากนี้ในแต่ละชั้นยังมีความพร้อมในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาด โดยใช้ตามมาตรฐาน JCI Standard และมีระบบความปลอดภัยที่เป็นเลิศ โดยแบ่งประเภทพื้นที่ตามความเสี่ยงตามมาตรฐาน NHS-National Patient Safety Agency จากประเทศอังกฤษซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มพื้นที่ดังนี้

1).พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เช่น ห้องผ่าตัด ห้องคลอด ห้องผู้ป่วยติดเชื้อ

2).พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น แผนกฉุกเฉิน แผนกปลอดเชื้อ ห้องแล็บ แผนกเนรสเซอรี่

3).พื้นที่ที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น ห้องตรวจ แผนกผู้ป่วย ห้องพักผู้ป่วย แผนกจ่ายยา แผนกบริการผู้ป่วยนอก ห้องประชุม

4).พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สำนักงาน ห้องพัสดุ พื้นที่รอบนอก ลานจอดรถ

สำหรับความปลอดภัยเรื่องอัคคีภัย ทางโรงพยาบาลได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและจัดเตรียมอุปกรณ์ ให้สอดคล้องกับแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย มีการฝึกซ้อมการหนีไฟ และสื่อสารให้บุคลากรภายในอาคารรับทราบ แนวทางการปฏิบัติ และในแต่ละชั้นแต่ละโซนยังมีประตูกันไฟและควัน และมีห้องควบคุมกล้องวงจรปิด CCTV ในทุกชั้น ทุกจุดรวม 1,237 ตัว ซึ่งจะทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการมีประสิทธิภาพ และทั่วถึงมากขึ้น 

นางพรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า “การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ จะมีทั้งผู้ป่วยพักค้างคืนและไม่พักค้างคืนมีทั้งผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาล และมารับการตรวจวินิจฉัยซึ่งในส่วนของฝ่ายการพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรทั้งด้านจำนวน และความรู้ความสามารถ เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนหรือประเภทของผู้มารับบริการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำเข้ามาใช้ ในการดูแลผู้ป่วยเรามีการออกแบบการดูแลผู้ป่วยใน ด้วยระบบพยาบาลแบบ Total Care ซึ่งมีความเหมาะสมในด้าน ภาระงานกับจำนวนพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยทุกท่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้การพยาบาลที่มีมาตรฐานมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน และให้ความใส่ใจกับความต้องการด้านสุขภาพ ถึงแม้อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ จะมีพื้นที่ที่ให้บริการกว้างขวางมากมายมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ฝ่ายการพยาบาลได้ตั้งมั่นยึดถือ และปฏิบัติโดยไม่เปลี่ยนแปลง คือการดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร ภายใต้อัตลักษณ์คนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คือ “ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ เอื้ออาทร”
ด้วยอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เป็นอาคารใหม่ที่ทันสมัยทั้งในเรื่อง เทคโนโลยีทางการแพทย์การมีศูนย์การแพทย์หลายๆ ศูนย์รวมอยู่ในอาคารเดียวกัน มีห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ ธนาคารเลือด มีระบบการจัดส่งข้อมูลผู้ป่วยที่รวดเร็ว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมและทันสมัยรวมถึงการออกแบบหอผู้ป่วยใน ให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อกับการฟื้นฟูทั้งร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยให้เคาน์เตอร์พยาบาลทุกชั้นทุกแผนก มีห้องประชุมพยาบาล แฟ้มเอกสารข้อมูลผู้ป่วยตั้งอยู่กลางโซน ล้อมรอบด้วยห้องพักของผู้ป่วย ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการให้ที่สนับสนุนให้การทำงานของแพทย์ และพยาบาลเข้าถึงผู้ป่วย ได้อย่างใกล้ชิดสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิผลมากยิ่งๆ ขึ้น นางพรทิพย์ กล่าว

ผศ.(พิเศษ)นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านภาพลักษณ์องค์กร กล่าวถึง สื่อสนับสนุน ด้านประชาสัมพันธ์ “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ มิติใหม่แห่งการให้เพื่อทุกชีวิต” ได้เตรียมสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้ง การบริการในแต่ละชั้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วยและญาติ นอกจากนี้ยังได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณา ในชื่อชุด Briefcase ภายใต้แนวคิด “โรคภัยไม่เลือกฐานะ ไม่เลือกชนชั้น” ความยาว 30 วินาที ออกอากาศทางดิจิตอลทีวี และวีดิโอออนไลน์ ความยาว 2.45 นาที โดยจะเริ่มออกอากาศในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบวัตถุประสงค์ของการสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และเพื่อประชาชนทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึงการรักษา และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สะอาด สะดวกสบาย มีความปลอดภัย ครบวงจรอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ มิติใหม่แห่งการให้เพื่อทุกชีวิต”

 

Comments