News‎ > ‎Business Society‎ > ‎

Smart City ขอนแก่น เมืองแห่งโอกาสก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่จับต้องได้ มุ่งสู่ Global City

posted Dec 13, 2017, 12:12 AM by Suthep Puangmahod

ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน Smart City ในส่วนของการพัฒนาเป็น MEDICAL HUB หรือ Smart Health Care & Medical สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ได้ประสานความร่วมมือกับ จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อประชุมหารือความต้องการด้านการแพทย์และสะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละที่ จึงเห็นว่าแต่ละที่มีปัญหาสะสมมีทั้งคล้ายกันและต่างกัน และต่างมุ้งเน้นที่จะนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการแพทย์และการสาธารณสุขให้ประชาชนสะดวกและมีสุขภาพดีและเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง
นายมีธรรม ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิท้ล กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นและสำนักงาน DEPA เป็น center ในการวางแนวทางดำเนินงาน MEDICAL HUB หรือ road map ด้าน Health Care & Medical โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนของประเทศ โดยอยากให้มีการวาง Infrastructure เพื่อรองรับ Big Data และเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์ในทุกมิติ ไปสู่ Data Analytic ให้เข้ากับการใช้บริการของประชาชนในทุกระดับ สะดวกทั้งแพทย์ สะดวกทั้งประชาชน เบื้องต้น โรงพยาบาลขอนแก่นได้เตรียมความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยได้หารือกับ DEPA และ Start up ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนา Smart Ambulance ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาระบบไฟจราจรอัจฉริยะของจังหวัด ทำให้แพทย์จะสามารถช่วยชีวิตได้ระหว่างขนย้ายผู้ป่วยบนรถพยาบาลส่งผลให้ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ช่วยฉุกเฉินขณะเดินทางได้ ซึ่งเดิมยังไม่มีระบบนี้ช่วยเหลือ ทั้งนี้ ในที่ประชุมทีมแพทย์และ DEPA ยังได้วางแผนการพัฒนา Smart Health Care & Medical ทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่การดูแลสุขภาพก่อนป่วย ให้มีสุขภาพที่ดี และป่วยน้อยลง, วางแผนการพัฒนาระบบบริหารจัดการระหว่างเข้าพบแพทย์และระหว่างป่วย, และระบบบริหารจัดการชีวิตหลังป่วย ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ต้องวาง road map ทั้งระบบ เพื่อให้สามารถติดต่อและเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยความร่วมมือกับทุกโรงพยาบาลในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ระบบ รวมไปถึงร้านขายยา และประชาชนทั่วไป ซึ่งระบบดังกล่าวจะมี Start up เข้ามาช่วยพัฒนาระบบดังกล่าวให้สำเร็จเป็นลูกโซ่ร้อยเรียงกัน โดยอาศัยมาตรการการส่งเสริมจาก DEPA และที่สำคัญจะต้องมีการวาง Infrastructure เพื่อรองรับ Big Data ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างเป็นเส้นทางให้ข้อมูลวิ่งและเชื่อมโยงกันได้อย่างคล่องตัว ซึ่งเบื้องต้นมีเป้าหมายที่จะเริ่มทำ Big data ด้าน Smart Health Care & Medical ก่อนจึงไปเชื่อมโยงข้อมูลกับ Smart City ในด้านอื่น ๆ ทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย Smart Economy / Smart People / Smart Mobility / Smart Living / Smart Environment / Smart Government  DEPA จะสนับสนุนผ่านกองทุน เช่น กองทุนอินเตอร์เนชั่นแนลไซเซชัน กองทุนสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นลักษณะการลงเงินทุนร่วมกันในทุกมาตรการ สำหรับโครงการ Smart City ก็เช่นเดียวกัน เราจะส่งเสริมผ่านมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งฝั่งดิจิทัลและผู้ประกอบการที่เป็นผู้ใช้ได้มีตัวช่วยในการต่อยอดผลงานนวัตกรรมและการนำไปใช้ให้เมืองกลายเป็นเมืองอัจฉริยะตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “Khon Kaen Smart City” มีโครงสร้างการพัฒนาที่โดดเด่นในลักษณะการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของจังหวัด ท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม และได้รับการสนับสนุนจากหลายกระทรวง ทำให้ขอนแก่นสามารถขับเคลื่อนจังหวัดไปสู่รูปแบบ Smart City เพื่อมุ่งสู่ Global City ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับการอนุมัติแผนพัฒนา Smart City (Phase 1) จากคสช. ให้จัดตั้งบริษัทของ 5 เทศบาลแห่งแรกจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานพัฒนาของจังหวัดและท้องถิ่น ดำเนินการประชารัฐอย่างเข้มข้น และมีนโยบายเปิดกว้างให้กับนักลงทุน นำเสนอเทคโนโลยีทุก ๆ ด้านที่คิดว่าเหมาะสมกับจริตกับเมืองขอนแก่น และล่าสุด
มีหลายสถานทูตติดต่อเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุน ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อตอบโจทย์ให้เมืองมีความ Smart ทั้ง 6 ด้าน
อาทิ ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, อังกฤษ และไต้หวัน เป็นต้น
รศ.นพ.ชลธีป พงศ์สกุล รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “Khon Kaen Smart City” มีการนำเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT มาใช้กับสายรัดข้อมือเพื่อตรวจวัดความดัน ตรวจวัดชีพจร ซึ่งผู้ที่สวมใส่หากมีอาการความดันสูง-ต่ำ สายรัดข้อมือจะส่งสัญญาณไปที่โรงพยาบาล รถฉุกเฉินก็จะรับผู้ป่วยได้ทันเวลาเพื่อรักษาพยาบาลตามขั้นตอนทางการแพทย์ต่อไปได้หรือการคัดเลือกครัวเรือนในชุมชนเขตเทศบาลนครขอนแก่น
ในการทดลองนำร่องติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อเป็น Smart Home สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง โดยอุปกรณ์ที่ติดตั้งมีกล้อง CCTV ที่สามารถดูอาการหกล้ม เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาผู้ป่วย หรือการติดตั้ง Censor / IoT ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย
นพ.รัฐระวี พัฒนรัตนโมฬี นายแพทย์ชำนาญการพิเศษและรองผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุและวิกฤตบำบัดรพ.ขอนแก่น กล่าวถึง แนวทางพัฒนาไปสู่ Smart Ambulance และ Medical Hub ว่า ก่อนอื่นเราต้องดูปัญหาและอุปสรรค โดยคำนึงถึงผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตต้องได้รับคำสั่งการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็วโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ แต่ละสถานการณ์ในปัจจุบัน ขณะที่แพทย์ผู้ชำนาญการมีจำนวนน้อยและกระจายตัวในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย
บนรถพยาบาล จึงต้องสื่อสารกับแพทย์ผู้ชำนาญการผ่านระบบวิทยุสื่อสาร ซึ่งสื่อสารได้แค่เสียง แพทย์ไม่สามารถเห็นสัญญาณชีพและสภาพผู้ป่วย การสั่งการรักษาจึงเป็นไปด้วยความลำบาก
“เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถปิดช่องว่าง จากการปรับปรุงเครื่องมือแพทย์ให้เชื่อมต่อ Internet of Things หรือ IoT และสามารถส่งสัญญาณชีพผู้ป่วยมาทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ต นำระบบการสื่อสารด้วยภาพและเสียง Video call เพื่อให้แพทย์ได้เห็นสภาพผู้ป่วยและสั่งการรักษาได้อย่างแม่นยำ และใช้ GPS Tracking เพื่อคาดการณ์เวลาที่รถพยาบาลจะมาถึง
โดยระบบโครงข่ายการสื่อสารทางการแพทย์ผ่านทางระบบ Internet (Telemedicine) สามารถเชื่อมต่อทุกโรงพยาบาล เสมือนเป็นโรงพยาบาลเดียวกัน สอดคล้องกับนโยบายการแพทย์ฉุกเฉินไร้รอยต่อ” 
นายกังวาน เหล่าวิโรจนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด กล่าวว่า ภารกิจของ KKTT

ในการพัฒนา Khon Kaen Smart City ทำการจัดระบบขนส่งสาธารณะ จัดทำและบริหารโครงการระบบขนส่งในเมืองภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งจัดทำและบริหารโครงการพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องกับระบบขนส่งให้เกิดรายได้เชิงพาณิชย์ ดูแลการดำเนินงานของคู่สัญญาต่าง ๆ และการเดินรถงานซ่อมบำรุง งานบริการ และงานพัฒนาเชิงพาณิชย์
นายเจียมศักดิ์ ทองรุ่ง CEO บริษัท Jump Up จำกัด กล่าวว่า ภายหลังเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมลงนามความร่วมมือกับภาคเอกชนที่จะช่วยกันเร่งผลักดันพัฒนา Khon Kaen Smart City ตามแผนพัฒนาจังหวัดขอนแก่น และตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นั้น บริษัทในฐานะผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ Smart bus และ Smart Parking ได้เข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน Smart City ด้วยการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารระยะไกลอัจฉริยะ LoRaWAN และโครงการนำร่องเทคโนโลยี IoT เช่น Smart Parking ระบบบริหารคิว และจัดสรรที่จอดรถ, Smart Pollution Metering, Disaster warning โดยได้รับ
การสนับสนุนจากภาคีความร่วมมือ เช่น กสท. โทรคมนาคม (CAT Telecom) / ITAP สวทช. Gravitech / Acentech / Techlog / JumpUp ให้มี Command Center จัดตั้งที่ทำการเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเมืองขอนแก่นให้ดีขึ้นเพื่อลดภาระรถติดในท้องถนน และมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ที่ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเหลือ ดังกล่าว

นายกฤษฎา อารัมภ์วิโรจน์ CEO บริษัท Jump Up จำกัด กล่าวว่า โครงการขอนแก่น City Bus ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี โดยร่วมทำงานกับสำนักงาน DEPA ออกแบบ Application ร่วมกันตั้งแต่การหยอดเหรียญ การทำงานของจอแสดงผลจนได้ Application KK transit คำนึงถึงประโยชน์ของผู้โดยสารเป็นหลัก โดยผู้โดยสารจะรู้ว่า รถจะมาถึงสถานี
ในเวลาใด ขอนแก่นซิตี้บัสมีหลายอุปกรณ์บนรถ โดยเฉพาะระบบ internet of things มีระบบ Wifi เรียกรวม ๆ ว่าระบบ บริหารขนส่งมวลชนอัจฉริยะ ขณะนี้มี 21 คันที่วิ่งให้เป็นการฟรีในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนในเมืองมีวิ่งอยู่ 10 คันที่มีการคิดค่าบริการทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาร์ทโมบิลิตี้ขับเคลื่อน ขอนแก่น Smart City ให้เป็นจริงก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0
Comments