News‎ > ‎

Lifestyle

เอสโซ่ มอบคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาจังหวัดน่าน

posted by Suthep Puangmahod

บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สโมสรพนักงานเอสโซ่ และพนักงานบริษัท ในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ กรรมการ พร้อมด้วย นายมาโนช มั่นจิตจันทรา กรรมการและ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดขายปลีก ผู้แทนบริษัทเอสโซ่ฯ และนางมัทนา สุตธรรม นายกสโมสรพนักงานเอสโซ่ ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาเป็นจำนวนเงิน 210,000 บาท และ อุปกรณ์ห้องคอมพิวเตอร์มูลค่า 247,600บาท ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ จำนวน 35 เครื่องให้แก่โรงเรียน เพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะความรู้ให้กับนักเรียน เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็ก มูลค่า 10,000 บาท และ อุปกรณ์สำหรับทาสีเสาอาคารเรียน มูลค่า 4,768 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 472,368 บาท โดยมี นายบุญแต่งใจจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) เป็นตัวแทนรับมอบที่โรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน



ทีม “NT” จากม. ธรรมศาสตร์คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ASEAN Data Science Explorers ระดับประเทศ ประจำปี 2562

posted by Suthep Puangmahod

ทีม “NT” ซึ่งประกอบด้วย นางสาวนพวรรณ รักถิ่นกำเนิด (ขวา) และ นางสาวบาวเจิง โงเล (ซ้าย) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ASEAN Data Science Explorers ระดับประเทศ ประจำปี 2562
กรุงเทพมหานคร, 18 กันยายน 2562 – มูลนิธิอาเซียน และ เอสเอพี ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน ASEAN Data Science Explorers หรือ ASEANDE ระดับประเทศไทย ประจำปี 2562 ซึ่งมีขึ้น ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผลการตัดสินมาจากการพิจารณาระดับความเร่งด่วนของปัญหาทางสังคมที่แต่ละทีมนำเสนอ สตอรี่บอร์ดแนวทางการแก้ไขปัญหา และความกระจ่างชัดของรูปแบบการนำเสนอ ทั้งนี้ทีมผู้ชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง คือ ทีม “NT” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคในเดือนตุลาคมปีนี้
รายละเอียดผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน ASEANDE ระดับประเทศไทย มีดังต่อไปนี้
ทีมผู้ชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง คือ ทีม “NT” ประกอบด้วย นางสาวนพวรรณ รักถิ่นกำเนิด และ นางสาวบาวเจิง โงเล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับโครงการ Workforce gender gaps ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในสถานที่ทำงาน
ทีมรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง คือ ทีม “Humble” ประกอบด้วย นายกันตพงศ์ ชนะฤทธิชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ นายณัฐพล ศรีกนกสินธุ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากวิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับโครงการ Quality Education ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนด้านการแบ่งปันและบริหารจัดการองค์ความรู้อย่างยั่งยืน ทีมรองชนะเลิศอันดับที่สอง คือ ทีม “Ant CC” ประกอบด้วย นางสาวปัณณพร ตงพิพัฒน์ และ นางสาวพนิตตา ตั้งศรีสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับโครงการ Achieving Better English Education in ASEAN ซึ่งมุ่งยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษของกลุ่มประเทศอาเซียน
การแข่งขันรอบดังกล่าว เป็นหนึ่งในการแข่งขัน ASEANDSE ระดับประเทศ ประจำปี 2562 จำนวน 10 รอบ ซึ่งมีขึ้นทั่วภูมิภาคอาเซียนในเดือนกันยายน โดยเป็นการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนสูงสุดของแต่ละประเทศจำนวน 10 ทีม เพื่อค้นหาทีมที่จะเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศไปแข่งขันต่อในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค ทั้งนี้ด้วยซอฟต์แวร์ดาต้าอนาลิติกส์ คลาวด์ ของเอสเอพี เยาวชนผู้เข้าแข่งขันได้พัฒนาโซลูชั่น ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเป็นพื้นฐานในการระบุและเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาทางสังคม ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ได้แก่ (1) สุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดี, (2) การศึกษาที่มีคุณภาพ, (3) ความเท่าเทียมทางเพศ, (4) การทำงานที่ดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ, (5) อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน และ (6) เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยการแข่งขันรอบตัดสินชิงชนะเลิศรอบภูมิภาคในปีนี้ จะมีขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย
ในปี 2561 เยาวชนไทยที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ คือ ทีม “UTCC ASEAN RANGER” ประกอบด้วย นายอัมรินทร์ อุดมผล และนายธีระพงษ์ ศรีสุพรรณ จากคณะบริหารธุรกิจ (วิทยาลัยนานาชาติ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งนำเสนอโครงการ Let’s talk: Closely เจาะจงปัญหาความขาดแคลนของบุคลากรทางด้านสุขภาพจิตในกลุ่มประเทศอาเซียน อันส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กนักเรียนในภูมิภาค ทั้งนี้เยาวชนผู้เข้าแข่งขันทั้งสองจากไทยได้แสดงความยินดีที่ได้เข้าร่วมโครงการ ASEANDSE และได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และเทคโนโลยีดิจิตอล
ในปีนี้ มีเยาวชนกว่า 2,500 คนจากทั่วภูมิภาคอาเซียน ที่เข้าร่วมโครงการอบรมทักษะด้านดาต้าอนาลิติกส์ จากการใช้ซอฟต์แวร์อนาลิติกส์ คลาวด์ ของเอสเอพี ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นความพยายามร่วมของมูลนิธิอาเซียนและเอสเอพี ในการเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจของภูมิภาคในปัจจุบันในแบบเรียลไทม์ เพื่อระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาว เวเรน่า เซียว กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ ยุคดิจิตอลอีโคโนมี ดาต้าได้กลายเป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชากรทุกคน การสร้างความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ในด้านการบริหารจัดการดาต้าให้เกิดคุณประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ จากโครงการความร่วมมือระหว่างเอสเอพี และ มูลนิธิอาเซียนในครั้งนี้ นอกเหนือจากการเสริมทักษะเชิงดิจิตอลที่จำเป็น เราคาดหวังว่าจะมีส่วนช่วยยกระดับความรับผิดชอบของเยาวชนในการนำเอาทักษะเหล่านี้ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาสังคม เพราะพวกเขาคือผู้นำในอนาคต ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนของภูมิภาค”
นาง อีเลน ตัน ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า “มูลนิธิอาเซียน รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจกับความร่วมมือของเรากับเอสเอพีที่ได้ก้าวมาสู่ปีที่สามในปีนี้ เอสเอพีนั้นมีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการผลักดันโครงการดังกล่าว เราต่างยึดมั่นต่อแนวทางการพัฒนาเยาวชนในช่วงหลังปี 2563 ด้วยการเสริมทักษะเชิงดิจิตอลให้แก่เยาวชนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมสำหรับอนาคต โดยโครงการแข่งขัน ASEANDSE มีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพในการคว้าโอกาสในชีวิตประจำวันแก่เยาวชนอาเซียน อีกทั้งเสริมทักษะเชิงดิจิตอลที่จำเป็นต่อการจัดการความท้าทายในยุคอุตสาหกรรม 4.0”
โครงการแข่งขัน ASEANDSE คือ โครงการแข่งขันระดับภูมิภาค ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิอาเซียน และ เอสเอพี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนในภูมิภาคอาเซียนหันมามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคม นับตั้งแต่การริเริ่มโครงการในปี 2560 โครงการแข่งขัน ASEANDSE ได้มีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพด้านดาต้า อนาลิติกส์ให้แก่เยาวชนแล้วกว่า 9,000 คน จาก 230 สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ในปีนี้มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงเท่าตัว โดยมีผู้สมัครจำนวน 1,300 ทีม จากหลากหลายสาขาวิชา เช่น สาชาวิชารัฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรม เข้าร่วมพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางสังคม

ซ้อมอพยพหนีไฟ 2562

posted by Suthep Puangmahod

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ร่วมกับ ศูนย์การค้า เดอะ พาลาเดียม เวิลด์ ช็อปปิ้ง จัดการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี 2562 นำโดย ธนวิน อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพัก และ คณะผู้บริหาร พร้อมด้วยพนักงานของศูนย์การค้าฯ และพนักงานโรงแรมฯ เข้าร่วมฝึกซ้อมในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า

“SACICT” จัดสองกิจกรรมพิเศษ “สักการะครูช่าง” และ “เปิดกรุผ้า” ภายใต้นิทรรศการ “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี”

posted by Suthep Puangmahod

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT
จัดสองกิจกรรมพิเศษ "สักการะ ครู อาจารย์งาน ช่าง" และ เปิดกรุ "ผ้า" หาเจ้าของ (ใหม่) จากเหล่าคนดังภายใต้นิทรรศการ “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี” แสดงผลงานศิลปหัตถกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าและล้ำค่า ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ถ.ราชดำเนิน เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ) ในนิทรรศการ “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี” ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนหลากหลากหลายสาขาอาชีพที่หลงใหลหัตถศิลป์ ต่างแวะเวียนไปชื่นชม ชิ้นงานเก่าแก่ล้ำค่า ที่นำมาจัดแสดงให้ชื่นชม จำนวนมาก และโอกาสเดียวกันนี้ SACICT ยังได้จัดสองกิจกรรมพิเศษขึ้นระหว่างนิทรรศการด้วย
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เปิดเผยว่า “เราจัดสองกิจกรรมพิเศษขึ้น ในช่วงนิทรรศการ “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี” โดยกิจกรรมแรกในช่วงเช้า ซึ่งจัดตรงกับวันพฤหัสถือเป็นวันครู SACICT ตระหนักถึงพระคุณครูช่างศิลป์ ที่มีหลายสาขาวิชา และคิดว่าวัฒนธรรมประเพณีการไหว้ครูมีความสำคัญ จึงจัดให้มีพิธีเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก โดยเรียนเชิญครูที่ท่านประกอบพิธีนี้อยู่แล้ว มาทำพิธีอย่างครบถ้วน ตามหลักของการไหว้ เพื่อเราจะได้เรียนรู้ถึงหลักการและรายละเอียดตามหลักของงานศิลปหัตถกรรม เพื่อรับการประสาทวิชา และขอพร พร้อมระลึกถึงบุญคุณครูบาอาจารย์ที่สอนมาและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย”
“สำหรับช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมเปิดกรุผ้าหาเจ้าของ (ของใหม่) กรุผ้า เกิดจากหลายคนที่ชื่นชอบ ก็จะซื้อผ้าสวยๆ สะสม จึงมีจำนวนมากมากก็นำออกจากกรุมาประมูล เพื่อหาเจ้าของใหม่ ส่วนเขาก็จะได้ซื้อผ้าใหม่ หรือบางคนซื้อผ้ามาแบบเดียวกันแต่มีหลายผืน ก็ชวนกันเปิดกรุผ้าหาเจ้าของใหม่กัน จึงถือโอกาสทำการประมูล โดยเจ้าของจะตั้งราคาไว้ว่าต้องการเท่าไร ถ้ามีคนซื้อให้ราคามากกว่าก็ส่งต่อตามมูลค่า เพราะงานหัตถกรรมเหล่านี้ ยิ่งเก็บไว้นานมูลค่ายิ่งเพิ่ม โดยรายได้จากการประมูลส่วนหนึ่งจะนำมอบสมทบกองทุน ครูช่างศิลปหัตถกรรมสมาคม เพื่อช่วยเหลือครูช่างศิลป์ในยามเจ็บป่วยหรือเดือดร้อนต่อไป”
กิจกรรมแรก เป็นกิจกรรมสร้างเสริมศิริมงคลให้กับบรรดา "ช่าง" ทุกสาขา ในพิธี "สักการะ ครู อาจารย์งาน ช่าง" ทุกสาขา โดยมีครูอาจารย์ ช่างศิลป์ หลายสาขา ให้เกียรติร่วมงาน อาทิ ครูวาที ทรัพย์สิน ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมที่มีความรักความภาคภูมิใจในอาชีพนายหนังและช่างแกะหนังตะลุง ซึ่งได้รับการหล่อหลอม และสืบทอดองค์ความรู้จากคุณพ่อ คือ ครูสุชาติ ทรัพย์สิน ครูศิลป์ของแผ่นดิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(การแสดงพื้นบ้าน) พุทธศักราช 2549 พอถึงช่วงบ่าย ได้จัดให้มีกิจกรรม เปิดกรุ "ผ้า" หาเจ้าของ (ใหม่) จากเจ้าของกรุผ้าที่งดงามทรงคุณค่า อาทิ กรุผ้าของ อาจารย์แก้วสิริ เอเวอร์ริ่งแฮม (คุณแม่ของ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นักแสดงชื่อดัง) กรุผ้าของ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ กรุผ้าของ อาจารย์โกมล พานิชพันธ์ ผ้าสะสมของรักของหวง คุณพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อพิจิตรา กรุผ้าของ คุณอัครเดช นาคบัลลังก์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ “สะบันงา” จังหวัดเชียงใหม่ นักสะสมผ้าผู้มีประสบการณ์ด้านผ้าไทย และผ้าชาติพันธุ์มาอย่างยาวนาน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องผ้าหลากหลายหลาย ที่มีทั้งความสวยงาม มีอัตลักษณ์ และเรื่องราวที่เจ้าของกรุผ้ามีความรัก หวงแหน และผูกพันนับเป็นสองกิจกรรมที่มีคุณค่ายิ่งทางใจ พร้อมร่วมสืบสานไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ให้คงอยู่ต่อไป

รพ.จุฬาลงกรณ์ ชวนร่วมงาน “กินอย่างไรห่างไกล NCDs”

posted by Suthep Puangmahod

ฝ่ายโภชนวิทยาและโภชนบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดงาน Asian Dietitian’s Day “กินอย่างไรห่างไกล NCDs” เนื่องจากสมาพันธ์สมาคมนักกำหนดอาหารเอเชียได้มีมติให้วันที่ 19 กันยายน ของทุกปี เป็นวัน Asian Dietitian’s Day เพื่อนำเสนอให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงหน้าที่ของนักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ โภชนาการ และนวัตกรรมด้านโภชนาการและการกำหนดอาหาร และตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการรับประทานอาหารลดหวาน มัน เค็ม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค NCDs
ดังนั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จึงขอเชิญแพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์ และประชาชนทั่วไป ร่วมงาน Asian Dietitian’s Day “ กินอย่างไรห่างไกล NCDs ” พบกับกิจกรรมหลากหลายภายในงาน เช่น การให้ความรู้เรื่องการรับประทานอาหารลดหวาน มัน เค็ม การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบในร่างกาย การสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ซุ้มอาหารเสริมทางการแพทย์ และเกมทายปัญหาเสริมความรู้ด้านโภชนาการ ในวันพุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ โถงล่าง อาคาร 14 ชั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สอบถาม

เบื้องหลังรั้วของชาติ

posted Sep 15, 2019, 7:18 PM by Suthep Puangmahod

รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก (ที่8-ซ้ายแถวยืนหลัง) ให้การต้อนรับ นางมาเรีย แมคคอนวิว ภริยาผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา (ที่7-ซ้ายแถวยืนหลัง) นางแพทริเซีย บราวน์ ภริยาผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกา ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) (ที่9-ซ้ายแถวยืนหลัง) พร้อมด้วย คณะภริยาของผู้บัญชาการทหารบก และผู้แทนทหารบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ใน“งานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อต้อนรับ คณะภริยาของผู้บัญชาการทหารบก และผู้แทนทหารบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก” ในกรอบการประชุมกองทัพบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก ประจำปี ๒๕๖๒ (IPACC IPAMS SELF 2019) พร้อมทั้งกล่าวแนะนำการทำงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก เพื่อสนับสนุนการทำงานของเหล่าทหาร และ พาคณะภริยาเดินทางทัศนศึกษาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ จัดโดย กรมกิจการพลเรือนทหารบก ณ ห้องราชดำเนิน  โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้

เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ SME 4.0

posted Sep 15, 2019, 7:01 PM by Suthep Puangmahod

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติเรื่อง “สรุปผลการดำเนินงานโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ SME 4.0 (STEM Workforce towards SME ) ประจำปีงบประมาณ 2562”  ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดย ธนวิน อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพัก ของโรงแรมฯ ให้การต้อนรับ

ฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิด

posted Sep 15, 2019, 6:31 PM by Suthep Puangmahod

พัชรา วีรบวรพงศ์ รองประธานกรรมการบริหาร โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ จัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิด 73 ปี ให้แก่ ดร.วรวิทย์ วีรบวรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร โดยมี พัชราวดี วีรบวรพงศ์   วัลลภ กมลวิศิษฎ์   ชวลิต กาญจนเสวี   ชัยพร อินทนิล และพนักงานของโรงแรมฯ มาร่วมอวยพรอย่างชื่นมื่น ณ ห้องอาหารเดอะ เบอร์เคลีย์ ไดนิ่ง รูม ของโรงแรมฯ

กกพ.ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร เปิดโครงการ "คนบันดาลไฟ" พลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้

posted Sep 13, 2019, 6:37 AM by Suthep Puangmahod

กองทุนพัฒนาไฟฟ้า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)  ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร  เปิดโครงการ  "คนบันดาลไฟ"   พลังงานไฟฟ้า พลังงานงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้และความเข้าใจ    แก่ประชาชน และกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับพลังงานสะอาด และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องคุณค่าของพลังงานไฟฟ้า พร้อมสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ตลอดจนการสร้างต้นแบบความมั่นคง และยั่งยืนของพลังงานไฟฟ้าทั้งในยามปกติ และภาวะฉุกเฉินเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายเสมอใจ  ศุขสุเมฆ  ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)  เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันพลังงานที่นำมาผลิตไฟฟ้า ได้แก่ พลังงานถ่านหิน พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานจากเขื่อนกำลังจะหมดไป รัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องหาพลังงานทางเลือกใหม่ ที่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทน พลังงานทางเลือกใหม่ที่สะอาดและเข้าถึงได้ ต้นทุนต่ำ ง่ายต่อการติดตั้งและนำมาใช้ได้จริง คือพลังงานจากแสงอาทิตย์ และด้วยวิสัยทัศน์ของ กกพ. ในการกำกับกิจการพลังงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน   และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม  จึงมีพันธกิจหลักดังนี้  คือ ส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้และความตระหนักทางด้านพลังงาน   ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ  พลังงานหมุนเวียนและพลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย   
“กองทุนพัฒนาไฟฟ้า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กำหนดหัวข้อหลักของการสื่อสารภายใต้แนวคิด "พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้"  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมาย SDG ที่ 7  ที่มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้  มีความทันสมัยและยั่งยืน   ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกับองค์กรภาคี ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ ของพันธมิตร เพื่อร่วมกันสื่อสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายภาคประชาชน 
โดยบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด หนึ่งใน พันธมิตร ได้ทำโครงการ “คนบันดาลไฟ” โครงการที่เน้นการอบรมให้ความรู้และปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การปรับใช้ที่เป็นจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคง และมีเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศ งานในวันนี้ผู้เข้าร่วมจะได้เห็นถึงความก้าวหน้า และตัวอย่างจริงของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในชีวิตประจำวันในระดับต่างๆ  นอกจากนี้ประชาชนยังได้เข้าใจถึงบทบาท  กกพ.   และได้เห็นโครงการและกิจกรรมการสื่อสารด้านพลังงานสะอาดของพันธมิตรทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตลอด 1 ปี” นายเสมอใจ กล่าว
โครงการ “คนบันดาลไฟ” โดยบริษัท ทีวีบูรพา จำกัด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562  ให้ดำเนินโครงการส่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าสำหรับเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ภายใต้ชื่อ “คนบันดาลไฟ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าพลังงานไฟฟ้า ให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ผ่านการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคมเพื่อร่วมขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ และสร้างต้นแบบความมั่นคงและยั่งยืนของพลังงานไฟฟ้าทั้งในยามปกติและภาวะฉุกเฉิน  โดยงานเปิดตัวโครงการ “คนบันดาลไฟ” ได้จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ภายในงานยังได้จัดเปิดตัวกิจกรรมย่อยของโครงการฯ  อาทิ รายการคนบันดาลไฟ จำนวน 26 ตอน ซึ่งจะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 14.30 – 15.00 น. รายการภารกิจพิชิตตะวัน จำนวน 13 ตอน เป็นรายการที่ดาราศิลปิน 8 คน ร่วมภารกิจในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์  การอบรมสัมมนาทั่วประเทศ จำนวน 32 ครั้ง และยังให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปจาก มหาลัย’ไฟจากฟ้า ซึ่งเป็นหลักสูตรออนไลน์มีด้วยกัน 3 ระดับ แบ่งเป็นระดับความรู้ทั่วไป  ความรู้พึ่งพาตัวเอง และความรู้เชิงประยุกต์
นอกจากนี้ยังมีเสวนาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดด้วยโซลาร์เซลล์ และมีบูธนิทรรศการของพันธมิตร อาทิ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด  บริษัท เทลสกอร์ จำกัด หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA.) นิทรรศการจากเครือข่ายต่างๆ กว่า 20 บูธ และยังมีนวัตกรรมหลากหลายจากโซลาร์เซลล์มาร่วมแสดงอีกด้วย
สอบถามรายละเอียดประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมกรุณาติดต่อ คุณเดือนเด่น  รัตตะมานโทรศัพท์ 084-222-9646  หรือ คุณณัจยา ชาญกล โทรศัพท์ 081-801-7817



องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เข้าช่วยสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัยน้ำท่วมในร้อยเอ็ด

posted Sep 11, 2019, 6:33 AM by Suthep Puangmahod

สืบเนื่องจากการเผชิญภัยธรรมชาติจากพายุโซนร้อน โพดุล ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อ้างอิงจากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 พบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบจากพายุฝนและน้ำท่วมกว่า 368,918 ครัวเรือน โดยในพื้นที่ 32 จังหวัด มียอดผู้เสียชีวิตแล้วรวม 27 ราย และเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ราย รวมถึงมีสัตว์เลี้ยงที่ตกค้างในพื้นที่ประสบภัยกำลังรอคอยการช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection) จึงร่วมกับเทศบาลตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์เบื้องต้น พร้อมวางแผนดำเนินการรับมือและให้การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงจากภัยน้ำท่วม โดยองค์กรฯ ได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ นายกเทศบาลตำบลวังหลวง เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ในการช่วยเหลือด้านการวางแผน ช่วยประสานงานกับชุมชน จัดการเรื่องการเดินทางและการขนส่งอาหารสัตว์ไปสู่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถทำการแจกจ่ายอาหารสุนัขและแมวได้อย่างเหมาะสม พร้อมสำรองอาหารสัตว์จำนวนหนึ่งไว้ที่ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละตำบล เพื่อลดปัญหาด้านระยะทางและสะดวกในการแจกจ่ายไปสู่เจ้าของสัตว์ภายในชุมชนได้อย่างเป็นระบบ
บังอร ป่าวิเศษ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลวังหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด วัย 48 ปี กล่าวว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 40 ปีตั้งแต่เคยประสบมา ลำพังคนเรายังแทบเอาตัวไม่รอดเลยอดเป็นห่วงสัตว์ที่เลี้ยงไว้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เบาใจขึ้นแล้วเพราะได้องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเข้าให้การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์อย่างรวดเร็ว”
จากการบอกเล่าของผู้ประสบภัยในพื้นที่ช่วยสะท้อนให้เราเห็นถึงความเสียหายอย่างรุนแรงจากผลกระทบของน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ของประเทศไทย ซึ่งผู้ประสบภัยไม่ได้มีเพียงแค่ประชาชน หากยังส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงในชุมชนอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมักถูกมองข้ามความสำคัญและกำลังรอคอยความช่วยเหลืออยู่เช่นกัน
โชคดี สมิทธิ์กิตติผล ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ในฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือสัตว์ที่ประสบภัยในครั้งนี้ว่า “องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกร่วมกับเทศบาลตำบลวังหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ทำการลงพื้นที่ในเขตที่ประสบภาวะน้ำท่วมสูงและมีความเสียหายรุนแรงที่สุดในประเทศไทย โดยเราได้นำอาหารสัตว์จำนวนมากไปส่งมอบให้ถึงมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงในแต่ละชุมชน ผมได้เห็นถึงความตั้งใจและความรักของเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนที่ต่างก็เดินลุยน้ำมารับอาหารสัตว์พร้อมรอยยิ้ม ซึ่งเรารู้ดีว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้จะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน”
เกื้อกูล เพลียวงษ์ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุข เทศบาลตำบลวังหลวง กล่าวเสริมว่า “ในฐานะตัวแทนของเทศบาลฯ ผมขอขอบคุณองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเป็นอย่างมากที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในชุมชน และเรายินดีที่จะให้ความร่วมมือเพื่อสร้างแผนรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้สัตว์ในชุมชนได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป”
อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อแจกจ่ายอาหารให้กับสัตว์เลี้ยงในครั้งนี้เป็นเพียงการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะหน้า เนื่องจากในบริเวณตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มักประสบภาวะน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน ทางภาคประชาชนและองค์กรส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องจัดทำแผนเพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้เสนอแนวทางการทำงานให้ครอบคลุมถึงการจัดการสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสมในภาวะประสบภัย เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ก็จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ที่ www.worldanimalprotection.or.th
เกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ World Animal Protection เป็นองค์กรเพื่อคุ้มครองปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ และยุติการทารุณกรรมสัตว์อย่างถาวร โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 มีบทบาทในการให้คำปรึกษากับองค์การสหประชาชาติและสภายุโรป ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ สร้างความแตกต่างให้สัตว์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ถูกทารุณกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งสัตว์ในชุมชน – สุนัข , สัตว์ป่า, สัตว์ประสบภัยพิบัติ - ช่วยเหลือสัตว์ในภาวะภัยพิบัติ การจัดหาอาหาร ที่อยู่และยารักษาโรคให้กับสัตว์, สัตว์ในฟาร์ม รวมถึงการให้ความรู้ด้านปศุสัตว์ที่มีมนุษยธรรมอันส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนและสัตว์ ข้อมูลเพิ่มเติม www.worldanimalprotection.or.th /​

1-10 of 517