Review

อิ่มอร่อยกับอาหารไทยรสชาติดั่งเดิมพร้อมชมวิวทิวทัศน์ริมน้ำเจ้าพระยาที่ “จางวางอิ่ม”ย่านปากเกร็ดจ.นนทบุรี

posted Aug 4, 2019, 4:35 AM by Suthep Puangmahod   [ updated Aug 12, 2019, 4:45 AM ]

ลุงหนวดใช้เวลาว่างในวันหยุดสุดสัปดาห์เดินทางมาเที่ยวยังเกาะเกร็ด เกาะกลางลำน้ำเจ้าพระยาแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในจังหวัดนนทบุรี หลายคนคงรู้จักกันดีในฐานะแหล่งชุมชนคนมอญที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา และประเพณีวัฒนธรรมแบบพื้นบ้านดั้งเดิม ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี เกาะเกร็ดเป็นสถานที่ ขึ้นชื่อของชุมชนกลุ่มชาวมอญและมีเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีเป็นสินค้าประจำของเกาะเกร็ดโดยมีพระเจดีย์มุเตาของวัดปรมัยยิกาวาสเป็นสัญลักษณ์ประจำฝั่งท่าน้ำของเกาะเกร็ด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวบนเกาะเกร็ดก็จะมีทั้งมาเดินเที่ยว,ช้อปปิ้งและหาของอร่อยๆกินบ้างก็เลือกนั่งเรือเที่ยวชมบรรยากาศโดยรอบเกาะเกร็ดกัน
หลังจากเที่ยวชมรอบเกาะเกร็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้เวลาแดดร่มลมตกท้องเริ่มหิวบังเอิญเคยมีเพื่อนลุงหนวดเล่าให้ฟังว่า ฝั่งตรงข้ามเกาะเกร็ดนั้นมีร้านอาหารไทยรสเลิศพึ่งเปิดใหม่ชื่อร้าน “จางวางอิ่ม” Changwangimm มันเป็นอะไรที่ท้าทายลิ้นจระเข้พุงชูชกอย่างลุงหนวดเป็นยิ่งหนักดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากินเชิญท่านผู้อ่านติดตามลุงหนวดไปท้าพิสูจน์รสชาติความอร่อยของอาหารร้าน”จางวางอิ่ม”กันได้เลยครับ
สำหรับร้าน “จางวางอิ่ม”เป็นร้านอาหารไทยที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามบรรยากาศสบายๆ เพราะร้านตั้งอยู่บริเวณคุ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาสามแยกเกาะเกร็ดเชิงสะพานพระราม4ตรงกันข้ามกับตัวอำเภอปากเกร็ด ท่านผู้อ่านหลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงต้องชื่อ “จางวางอิ่ม” ถามมาถามไปก็เลยได้รู้ที่มาของชื่อร้าน คำว่า “จางวาง” คือ ชื่อตำแหน่งของข้าราชการชั้นสูงในกรมมหาดเล็กสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ปัจจุบันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ทว่าเมื่อได้ฟังแล้วก็ทราบความหมายของคำว่า“จางวางอิ่ม” เสมือนเป็นการเรียกชื่อนามของคนโบราณนั่นเองครับ
- วิวทิวทัศน์ของสามแยกแม่น้ำเจ้าพระยามองจากร้านอาหารจางวางอิ่มจะแลเห็นเจดีย์เอียงของวัด
ปรมัยยิกาวาสเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด 
สำหรับบรรยากาศภายในของร้านมีความโอ่โถงมี 2 ชั้น ประกอบไปด้วยเครื่องเรือน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีความเก่าแก่คลาสสิคได้บรรยากาศเหมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ในเรือนโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมๆกันกับการได้ชมวิวทิวทัศน์ของสามแยกคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตรงข้ามเกาะเกร็ดและวัดวาอารามตลอดจนวิถีชีวิตการเดินทางสัญจรไปมาด้วยเรือของชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในปัจจุบันนับวันจะหาชมได้ยากเต็มที นอกจากนี้ทางร้านยังมีดนตรีไทยประยุกต์ร่วมสมัยไว้คอยร้องเพลงไทยขับกล่อมให้กับลูกค้า ที่มารับประทานอาหารที่ร้านอีกด้วยครับ 
กุ้งแม่น้ำเผา
ปูไข่ดองซอสดำ
น้ำพริกคู่ตุนาหงัน
มะเขือเหยาผัดปลาเค็ม
 เมี่ยงปลากะพงทอด
- เมนูรวม
เมื่อมาถึงร้าน “จางวางอิ่ม” ทั้งนี้ก็คงต้องลองเมนูเด็ดของร้านกันซะหน่อย เช่น น้ำพริกคู่ตุนาหงัน ,กุ้งแม่น้ำเผาโดยนำกุ้งมาย่างไฟให้ร้อนจนสุกมันเยิ้มแล้วผ่ากลางลำตัวพร้อมกลิ่นหอมอันอบอวลของมันกุ้งหรือจะเป็น เมี่ยงปลากะพงทอดโดยเนื้อปลาหั่นเป็นลูกเต๋ากรอบนอกนุ่มในกินคู่กับเครื่องเคียงของเมี่ยงคำ อร่อยมาก
ปูไข่ดองซอสดำ ปูจางวางอิ่ม ปูใหญ่ตัวโตเขื่อง กับความสดของเนื้อปู ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี น้ำพริกคู่ตุนาหงัน เมนูนี้สำหรับคนที่ชอบสะตอแต่ไม่ชอบกลิ่นสะตอต้องเมนูนี้เลยสะตอนำไปทอดจนทำให้กลิ่นของสะตอเจือจางไปได้เกือบครึ่ง กินคู่กับน้ำพริกปลาฉิงฉ้างตำสด(อารมณ์คล้ายน้ำพริกกะปิ) เข้ากันมากๆ อร่อยต้องลอง ผัดเรือโป๊ะ ยำทะเลปราณ ชื่อก็แสนเก๋ เพราะปราณบุรีนั้นงดงามและเรียบง่าย ยำไข่ไล่ทุ่ง มะเขือเหยาผัดปลาเค็ม อร่อยในสไตล์พื้นบ้านแบบโบราณ ผัดสามหอม แม่สะเดาเย้ายวนกุ้ง ข้าวผัดกากหมู เมนูนี้จานนี้ เสิร์ฟแล้วต้องรีบทานร้อนเพราะอร่อยจริงๆนอกจากนี้ยังมี แกงคั่วใบรากุ้ง ,ต้มยำปลาทูกะเพราหอม
ส่วนเครื่องดื่มจะออกแนว Cocktail เช่น ไหมไทย มาการิต้า รวมทั้งน้ำผลไม้น้ำสมุนไพรไทยอร่อย เช่น อัญชัญมะนาว เป็นต้น 
คุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ Ceo & Chef director ร้าน จางวางอิ่ม The White Pagoda. 
มารับประทานทานอาหารที่จางวางอิ่มแล้วนอกจากจะได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารไทยรสชาติดั่งเดิมแล้วยังจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามโดยเฉพาะในยามแดดล่มลมตกท่านผู้อ่านจะมองเห็น “พระเจดีย์มุเตา” (เจดีย์เอียง) “THE WHITE PAGODA”ของวัดปรมัยยิกาวาสซึ่งถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญของเกาะเกร็ด ตั้งตระหง่านริมสามแยกแม่น้ำเจ้าพระยา ร้าน “จางวางอิ่ม” นับว่าเป็นร้านที่มีความสวยงามของบรรยากาศและรสชาติของอาหารครับ
เมนูอาหารพร้อมทั้งราคาของร้าน “จางวางอิ่ม”
1.กุ้งเผาขนาด 3 ตัวโล 2 โล (ตัวละ 620-)
2.ของว่างจางวาง (220-)
3.เมี่ยงปลากะพงทอด (450-)
4.ปูไข่ดองซอสดำ (850-)
5.ปูจางวางอิ่ม (850-)
6.น้ำพริกคู่ตุนาหงัน (280-)
7.ผัดเรือโป๊ะ (250-)
8.ยำทะเลปราณ (250-)
9.ยำไข่ไล่ทุ่ง (180-)
10.มะเขือเหยาผัดปลาเค็ม (220-)
11.ผัดสามหอม (280-)
12.แม่สะเดาเย้ายวนกุ้ง (150-)
13.ข้าวผัดกากหมู (180-)
14.แกงคั่วใบรากุ้ง (200-)
15.ต้มยำปลาทู กะเพราหอม (240-)

Cocktail
-ไหมไทย (200 -)
-มาการิต้า (200-)

น้ำดื่ม
อัญชัญมะนาว ( 65-)
เบอร์โทร 085-5259242
เปิด 12.00-23.00 (เปิดทุกวัน)
วันศุกร์-วันเสาร์ มีดนตรีไทย
วันพฤหัส-วันอาทิตย์ มีดนตรีอะคูสติค
โปรโมรชั่นทางร้าน
-วันเกิด งานรับปริญญา ลด 15%
-ลูกค้าที่ถือบัตรโต้โยต้านนทบุรี รับส่วนลดค่าอาหาร 10% หรือ รับปูจางวางอิ่ม ฟรี 1 ที่
-มี Voucher ลดเฉพาะกุ้งเผา 200 บาท เมื่อสั่งครบ 1 โล ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นได้

จัดหนัก จัดเต็ม ทั้งซีฟู้ดและบาร์บีคิวบุฟเฟต์อาหารนานาชาติที่ห้องอาหาร Cuisine Unplugged @ โรงแรม Pullman Bangkok King Power

posted Jan 4, 2019, 6:11 PM by Suthep Puangmahod   [ updated Jan 8, 2019, 4:53 PM ]

หลังเทศกาลปีใหม่2562ที่ผ่านมา ลุงหนวดได้รับการชักชวนจากลุงอ้วนบล็อคเกอร์ชื่อดังเพจ “ลุงอ้วนกินกับเที่ยว” ให้มาลองลิ้มชิมรสพร้อมรีวิวปุฟเฟต์อาหารนานาชาติกันที่ห้องอาหาร Cuisine Unplugged @โรงแรม Pullman Bangkok King Power ซอยรางน้ำ ลุงหนวดมาทำข่าวที่โรงแรมนี้ก็หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยได้ใช้บริการที่ห้องอาหาร Cuisine Unplugged @โรงแรม Pullman Bangkok King Power กับเขาเสียที เห็นน้องๆนักข่าวลือกันว่าปุฟเฟต์อาหารนานาชาติอร่อยแถมเยอะมากอีกด้วย
ลุงหนวดเบื่อปัญหารถติดจึงหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าBTSมาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจากนั้นใช้บริการรถตุ๊กๆของทางโรงแรม Pullman Bangkok King Powerที่จอดรอให้บริการรับส่งฟรีระหว่างห้าง Century The Movie Plaza กับโรงแรมPullman Bangkok King Powerภายในซอยรางน้ำระยะทางจาก BTSอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังโรงแรมไม่ไกลมากครับระยะทางประมาณ 350 เมตรเท่านั้นเองหรือถ้าผู้ใดต้องการความสะดวกสบายและไม่เบื่อรถติดก็สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาได้เลยครับทางโรงแรมฯมีสถานที่จอดรถไว้ให้บริการเยอะมาก รถตุ๊กๆของทางโรงแรมฯใช้เวลาประมาณ5 นาทีก็พาลุงหนวดเดินทางมาถึงยังโรงแรมPullman Bangkok King Power สำหรับห้องอาหาร Cuisine Unplugged นั้นจะอยู่ชั้นชั้นเดียวกันกับล็อบบี้ของโรงแรม Pullman Bangkok King Power
พอลุงหนวดเข้าไปภายในห้องอาหาร Cuisine Unpluggedก็ได้พบกับลุงอ้วนบล็อคเกอร์ชื่อดังเพจ “ลุงอ้วนกินกับเที่ยว”พร้อมPR ห้องอาหารของโรงแรมฯคอยให้การต้อนรับอยู่
สำหรับบรรยากาศภายในห้องอาหารCuisine Unplugged เพดานสูง โอ่โถ่ง โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้เป็นหมวดหมู่มีที่นั่งให้เลือกหลากหลายแบบทั้งโซฟา, โต๊ะกลม,โต๊ะสี่เหลี่ยมและโต๊ะที่ลูกค้ามาใช้บริการเป็นหมู่คณะนั่งทานอาหารแล้วสบายไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนลูกค้าชอบที่นั่งแบบไหนมุมไหนก็ลองแจ้งพนักงานต้อนรับเขาดูน่ะครับ
- บรรยากาศภายในห้องอาหาร Cuisine Unpluggedของโรงแรม Pullman Bangkok King Powerเพดานสูง โอ่โถ่ง โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้เป็นหมวดหมู่มีที่นั่งให้เลือกหลากหลายแบบ
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราเริ่มมารีวิวอาหารบุฟเฟต์นานานชาติที่ห้องอาหาร Cuisine Unpluggedของโรงแรม Pullman Bangkok King Power กันเลยน่ะครับ 
โดยลุงหนวดจะแบ่งประเภทอาหารทั้งหมดออกทั้งหมดเป็น 7 หมวดด้วยกันเพื่อไม่ให้ท่านผู้อ่านงงน่ะครับ
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : บาร์บีคิว
หมวดที่ 3 : อาหารญี่ปุ่น
หมวดที่ 4 : สลัดและ Cold Cuts
หมวดที่ 5 : ขนมปังและชีส
หมวดที่ 6 : อาหารไทย
หมวดที่ 7 : ของหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม

โดยลุงหนวดจะเริ่มจากหมวดแรก “Seafood on ice” ซึ่งเป็นไฮไลท์สุดๆของห้องอาหารแห่งนี้โดยที่หมวดนี้จะมี Seafood on ice ให้เราเลือกทานถึง 10 รายการเลย ได้แก่ หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์, หอยนางรมแปซิฟิก, กั้งทะเล, ปูหิมะ, ปูม้า, ปูสีน้ำตาล, กุ้งก้ามแดง, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์,หอยหวานและกุ้งแดง โดยทางโรงแรมเขาจะเน้นในเรื่องของความสดครับส่วนในเรื่องของขนาดนั้นจะเน้นในเรื่องขนาดจะไม่ใหญ่มากนักขนาดอยู่ปานกลางจับถนัดมือกินพอดีคำครับ
ต่อมาที่หมวดที่สอง “บาร์บีคิว” อีกหนึ่งหมวดอาหารที่เป็นจุดเด่นไม่แพ้หมวดที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงแรมเขาจัดมาเต็มที่ให้ลูกค้าได้ทานถึง 10 เมนูอีกด้วยกันได้แก่ เนื้อวากิวออสเตรเลีย, เนื้อโทมาฮอว์ค, เนื้ออาซาโด้, เนื้อแกะนิวซีแลนด์, หมูคุโรบุตะ, หมูหัน, ไก่ออร์แกนิค, กุ้งแม่น้ำ, ปลาหมึกและสุดท้ายปลากะพง
ต่อมาหมวดที่สามคือ “อาหารญี่ปุ่น” หมวดนี้จะมีซาชิมิ,ซูชิ,แซลมอน คาปาชโช่ และสาหร่ายโดยในส่วนของซาชิมินั้นจะมีปลาหมึกยักษ์, ปูอัด, เซลมอน, ทูน่า, ซาบะ, ซึ่งทางโรงแรมฯเน้นมากในเรื่องของความสดใหม่ทุกวัน 
สำหรับหมวดที่สี่ ก็คือ“สลัดและ Cold Cuts” มีผักสดๆปลอดสารพิษให้เลือกทานหลายชนิดส่วนน้ำสลัดก็มีให้เลือกทานหลากหลายชนิดเช่นกันท่านใดที่นิยมชมชอบในการทานผักไม่ควรพลาดครับ
ส่วนหมวดที่ห้าก็จะเป็น “ขนมปังและชีส” ขนมปังมีให้เลือกหลายชนิดชีสก็มีให้เลือกทานหลายอย่างเช่นกันครับนอกจากนี้ยังมีมุมอาหารอิตาเลี่ยนเช่นพิซซ่าและพาสต้าซอสรสชาติเหมือนได้ไปนั่งกินที่อิตาลีเลยจริงๆ
ส่วนหมวดที่หกจะเป็นเมนูของอาหารไทยบ้างเริ่มต้นกันด้วยส้มตำอาหารอีสานแต่ชื่อดังไปทั้งโลกซึ่งทางห้องอาหารเขาได้จัดให้มีการตำสดๆให้ลูกค้าได้ทาน 2-3 ชนิดด้วยกันรสชาติอร่อยถึงเครื่องกว่าห้องอาหารตามโรงแรมหลายที่ ที่ลุงหนวดได้ไปชิมมาเผ็ดน้อยเผ็ดมากบอกพนักงานที่ตำได้เลยและที่สำคัญทางห้องอาหารจะเน้นในเรื่องของความสะอาดถูกหลักอนามัยลูกค้าทานแล้วสบายใจไม่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแน่นอนจ้า สำหรับในส่วนของโซนส้มตำทางโรงแรมเขาจะมีอาหารประเภทยำๆลาบๆและไส้กรอกอีสานไว้ให้ลูกค้าได้สั่งทานอีกด้วยลูกค้าท่านใดที่อยากทานเมนูไหนก็สั่งพนักงานให้ยำสดๆทานกันได้เลยครับเพราะถ้าเผื่อยำทิ้งไว้นานมันจะเซ็งครับ
- หมูหันก็มีให้รับประทานน่ะครับ
หมวดที่ 7หมวดสุดท้ายของหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม
สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและบาร์บีคิว ห้องอาหาร Cuisine Unpluggedของโรงแรม Pullman Bangkok King Power จะคิดราคารวมเฉพาะชา กาแฟและมีน้ำดื่มให้1ขวดเท่านั้นน่ะครับส่วนเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำเปล่า,น้ำอัดลม, น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ที่ลูกค้าสั่งเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายต่างหากน่ะครับอย่าเผลอไปสั่งน่ะครับโดนคิดตังเพิ่มแน่นอนแต่ถ้าเตรียมตังไปพอก็สั่งได้ตามความพอใจครับลุงหนวดได้ลองสอบถามราคาเครื่องดื่มบางประเภทมาก็ได้พบว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิดไว้ครับซึ่งถือได้ว่าเป็นราคาตามมาตรฐานโรงแรมระดับนี้ครับสำหรับลูกค้าที่จะไปทานอาหารที่ห้องอาหาร Cuisine Unplugged @โรงแรม Pullman Bangkok King Power อย่าลืมเตรียมค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มที่จะสั่งเพิ่มไปด้วยนะครับเพื่อความสบายใจ 
- เมื่อลุงอ้วนบล๊อคเกอร์ชื่อดัง "ลุงอ้วนกินกับเที่ยว"ปะทะกับลุงหนวดสื่อสายท่องเที่ยวคอลัมน์ "ลุงหนวดชวนชิม"
สำหรับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและบาร์บีคิวราคาปกติ 1,599บาท/คน net รวมน้ำเปล่า1ขวดและชากาแฟ แต่ยังไม่รวมเครื่องดื่มอื่นๆและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลุงหนวดอยากจะบอกนักกินทั้งหลายว่าตั้งแต่วันที่1 มกราคม-31 มีนาคม 2562ทางห้องอาหารกำลังมีโปรโมชั่นลด 30% อยู่ เมื่อสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ด้วยน่ะครับลุงหนวดคิดว่าเป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไปน่ะครับเมื่อเทียบกับบุฟเฟ่ต์อาหารมากมายที่ท่านจะได้ทานกันจนพุงกางตลอดจนบริการที่ท่านจะได้รับ แต่อย่าลืมจองออนไลน์ผ่านลิงก์นี้https://www.pullmanbangkokkingpower.com/th/offers/seafood-buffet-in-bangkok เพื่อรับสิทธิ์ลดราคา 30% ด้วยนะครับเดี๋ยวจะหาว่าลุงหนวดไม่บอก 
ปีใหม่ปีนี้หาเวลาและโอกาศเหมาะๆพาครอบครัวและคนที่คุณรักมาอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติที่ห้องอาหาร Cuisine Unpluggedของโรงแรม 
สนใจรายละเอียดกรุณาคลิ๊กเข้าไปที่http://bit.ly/2FdIu7E น่ะครับ

 

 

 

Café Buongiorno in collaboration with Swissotel Le Concord Hotel organized Boutique Italian Wine at 204 BAR

posted Dec 24, 2018, 11:56 PM by Suthep Puangmahod

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค 2561 ที่ผ่านมา คาเฟ่บ่วนจอร์โน่ ร่วมกับ สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาได้จัดบูติคอิตาเลี่ยนเครื่องดื่มเทสติ้ง ที่ 204 BARภายในโรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาโดยในงานนี้ทางเจ้าของงานได้เชิญชวนลุงหนวดและคอไวน์ไห้ได้มาทดลองลิ้มลองรสชาติไวน์สายพันธุ์อิตาเลี่ยนแท้ๆกันเลยทีเดียว
-
Bruno Rotschaedl   General Manager
ในงานนี้ลุงหนวดและคอไวน์ได้พบกับความหลากหลายของไวน์สายพันธุ์อิตาเลี่ยนแท้ๆนานาชนิดทั้งไวน์ขาวไวน์แดงสายพันุ์ต่างๆที่ผลิตในเมืองชื่อดังๆแห่งการทำไวน์ในประเทศอิตาลีนำมาให้ลองลิ้มชิมรสกันพร้อมเมนูอาหารเครื่องเคียงที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เหมาะกับการรับประทานแกล้มไวน์แต่ละประเภทเพื่อผู้รักและชื่นชอบการดื่มไวน์โดยเฉพาะ 
สำหรับการดื่มไวน์ของคนอิตาเลี่ยนจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ไวน์ชั้นดีนั้นจะต้องผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ดีๆจากไร่องุ่นเก่าแก่หลายๆเมืองในประเทศอิตาลีที่ทางรัฐบาลอิตาลีให้การยอมรับว่าป็นเมืองที่ปลูกองุ่นนำมาผลิตไวน์ได้ดีที่สุดในประเทศอิตาสี
ลุงหนวดขอชมในรสชาติของไวน์อิตาเลี่ยนทุกยี่ห้อและเมนูอาหารในทุกๆรายการที่ยกมาเสริฟให้คอไวน์ได้ทดสอบในคืนวันนั้น ลุงหนวดเมามันไปกับรสชาติของไวน์อิตาเลี่ยนทุกยี่ห้อทั้งไวน์แดงไวน์ขาวจนหาทางกลับบ้านแทบไม่ถูกต้องนั่งแท๊กซี่กลับบ้านตามคำเตือนของรัฐบาลที่ว่า “เมาไม่ขับ กลับแท๊กซี่” ปลอดภัยที่สุด 
- นักชิมไวน์ตัวยงมาร่วมในงาน
หมายเหตุ งานจะจัดอีกครั้งที่ 204 Bistro โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพ รัชดา ในวันที่ 17 มกราคม 2019 สอบถามรายละเอียดงานครั้งต่อไปได้ที่ คุณพิม 0624941649 For next wine tasting event, please contact Khun Pim 062 494 1649 
- ลุงหนวด

ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีก็กินได้! Kyochon ร้านไก่ทอดที่ขายดีอันดับหนึ่งของเกาหลี

posted Dec 18, 2018, 4:01 PM by Suthep Puangmahod

อันยองฮาเซโย!! KYOCHON เคียวโซน ไก่ทอดเกาหลี
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาลุงหนวดได้รับการเชิญชวนจากเพื่อนๆซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและอาหารให้มาลองลิ้มชิมรสไก่ทอด Kyochon ต้นตำรับจากเกาหลี ลุงหนวดเคยเดินทางไปท่องเที่ยวเกาหลีมาแล้วก็หลายครั้งแต่ไม่เคยได้ลองชิมรสไก่ทอด ต้นตำรับจากเกาหลีแท้ๆกับเขาสักทีจะได้กินก็แต่กิมจิอาหารประจำชาติเกาหลีและอาหารที่ปรุงมาจากหมูกับเนื้อเท่านั้น คราวนี้ล่ะครับเป็นโอกาสดีที่ลุงหนวดจะได้ลองลิ้มชิมรสไก่ทอดต้นตำรับจากเกาหลีแท้ๆกับเขาเสียทีให้รู้ว่ารสชาติจะแตกต่างจากไก่ทอดของไทยอย่างไร?โดยลุงหนวดไม่จำเป็นจะต้องถ่อสังขารไปชิมไกลถึงเกาหลีให้เสียเวลาและค่าเครื่องบิน สำหรับร้านไก่ทอด Kyochon ต้นตำรับจากเกาหลีในกรุงเทพฯมีอยู่ถึง5สาขาด้วยกัน ลุงหนวดขอปักหมุดเดินทางไปที่ร้านไก่ทอด Kyochonสาขา Centerpoint of Siam Square : ชั้น G หน้าประตูทางออก สาเหตุที่ลุงหนวดเลือกสาขานี้ก็เพราะว่าการเดินทางไปมาสะดวกเพราะอยู่ใกล้บ้านลุงหนวดส่วนใครที่บ้านอยู่ใกล้สาขาไหนก็ไปสาขานั้นเลยครับ
- ร้านไก่ทอด KyochonสาขาCenterpoint of Siam Square
สำหรับไก่ทอดเกาหลีจะมีเมนูยอดนิยมเป็น Series ลุงหนวดขอบอกว่าไก่ทอดในแต่ละ Seriesนั้นรสชาติจะแตกต่างกันแต่ในเรื่องความอร่อยและกลมกล่อมนั้นจะเคล้ายคลึงกัน เพราะว่าเนื้อไก่จะถูกหมักในเครื่องปรุงที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจนเข้าเนื้อและหมักจนได้ที่ตามสูตรในสไตล์เกาหลีที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการปรุง
ส่วนเมนูยอดนิยมที่ลูกค้าสั่งเป็นประจำจะมีดังต่อไปนี้ 
1. ไก่ทอดเคียวโชน (Original Series) ให้คุณได้ลิ้มรสชาติของความอร่อยและกลมกล่อมตามสูตรดั้งเดิมในสไตล์เกาหลี
- Original Series
2. ไก่ทอดเคียวโชน สูตรเรดซอส (Red Series) ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน สูตรเด็ดความอร่อยจากพริกแดงเกาหลีแท้ๆ 100% ลุงหนวดขอแนะนำให้รบประทานกับข้าวน่ะครับจะได้บรรเทาความร้อนแรงลง
- Red Series
3. ไก่ทอดเคียวโชน สูตรฮันนี่ซอส (Honey series) ที่มีรสชาติหอมและหวานของน้ำผึ้งแท้จากประเทศเกาหลี ตัวแป้งจะมีความกรอบเป็นพิเศษส่วนเนื้อไก่ภายในก็นุ่มนวลชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง
- Honey series
4. ไก่ทอดเคียวโชน สูตรซัลซัล (Sal Sal series) เนื้ออกไก่ไม่มีกระดูกสูตรซัลซัล ที่เติมเต็มความอร่อยกับความนุ่มนวลแบบไร้กระดูกคลุกเคล้ากับแป้งข้าวพอง เสิร์ฟพร้อมกับซอส Jambalaya หรือ Honey Mustard ลุงหนวดเคี้ยวจนไม่อยากกลืนลงคอเสียดายความกรอบอร่อย
- Sal Sal series
ท่านผู้อ่านอยากลองลิ้มชิมรสไก่ทอด Kyochon ต้นตำรับจากเกาหลีว่าจะอร่อยดั่งที่ลุงหนวดได้โม้ไว้ไหมก็ขอเชิญตามสะดวกใกล้ที่ไหนไปลองชิมได้ที่นั่น เพราะในกรุงเทพฯร้านไก่ทอด Kyochon มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 สาขา 
- Centerpoint of Siam Square : ชั้น G หน้าประตูทางออก โทร. 02–623–4166 / 086–3901–1005
- Market Village Suvarnabhumi : ชั้น 2 หน้าโฮมโปร โทร. 02–002–3741 / 086–3901–1003
- Mega Bangna : ชั้น 2 หน้าโรงภาพยนตร์ โทร. 02–105–1406 / 086–3901–1005
- Fashion Island : ชั้น B บันไดเลื่อนลานน้ำพุโทร. 02–947–5517 / 086–3901–1002
- Central Westgate : ชั้น 3 หน้าลิฟท์แก้ว โซนสีส้ม โทร. 02–102–7528 / 086–3901–1006

ติดตามข้อมูลข่าวสาร เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/KyochonThailand Line@Kyochon_thailand

ท่องเที่ยวชุมชนบ้านไม้รูด อ.คลองใหญ่จ.ตราด กับ อพท.

posted Oct 2, 2018, 11:31 PM by Suthep Puangmahod

ตำบลไม้รูดเป็นตำบลเก่าแก่ตั้งแต่อำเภอคลองใหญ่ยังเป็นกิ่งอำเภอ ประกอบไปด้วยหมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน พื้นที่ด้านหลังขนานไปกับเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนธรรมชาติระหว่างไทยและกัมพูชา ส่วนด้านหน้าเป็นทะเล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวบ้านในตำบลไม้รูดเกือบ100%จะยึดอาชีพทำการประมงเป็นหลัก นอกจากการทำอาชีพประมงเลี้ยงชีพแล้ว ปัจจุบันชุมชนบ้านไม้รูดได้หันมาพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ภายใต้การส่งเสริมและช่วยเหลือจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เพราะภายในชุมชนบ้านไม้รูดแห่งนี้ มีเรื่องราวน่าสนใจและพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและพร้อมที่จะขับเคลื่อนโดยตัวชุมชนเองได้
- ภายในชุมชนบ้านไม้รูด
- นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกอบต.บ้านไม้รูด

ตำบลไม้รูด
ถือเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์การสู้รบสมัยสงครามอินโดจีน รวมถึงการสู้รบในกัมพูชาในระหว่างปีพ.ศ. 2518 ถึงพ.ศ.2522 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ เชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ กัมพูชาและเวียดนาม
-วิถีชีวิตชาวประมงในชุมชนบ้านไม้รูด
สำหรับชุมชนบ้านไม้รูดในอ.คลองใหญ่จ.ตราดแห่งนี้ ได้รับการชมเชยว่ามีความเข้มแข็งในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชาวชุมชนเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรทางทะเล โดยการอนุรักษ์เริ่มขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2554 ที่พบว่าปริมาณสัตว์น้ำลดลง ชาวบ้านในชุมชนบ้านไม้รูดจึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและร่วมใจกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยมีการจัดตั้ง “ธนาคารปูม้า” ขึ้นมา เพื่อฟื้นฟู ขยายพันธุ์ปูม้าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติ และยังเป็นการเพิ่มรายได้ของชาวบ้านภายในชุมชนอีกด้วย ธนาคารปูม้าแห่งบ้านไม้รูด ดำเนินการโดยสมาชิกในชุมชนที่จับปูม้าที่มีไข่นอกกระดองได้ นำมาฝากที่ธนาคารปูม้าเพื่ออนุบาลจนมีการเขี่ยไข่ออกเรียบร้อย ธนาคารจะส่งคืนแม่ปูให้สมาชิกที่เอาปูมาฝาก และเอาลูกปูไปปล่อยคืนทะเล
- ปลาที่หามาได้ แปรรูปให้เป็นปลาแดดเดียว 
-ปลาทะเลสดๆ
- ปูม้ามาสดๆ 

- กั๊งทะเลสดๆ
สำหรับกิจกรรมการมาเที่ยวที่บ้านไม้รูดนี้ หากเดินทางมาถึงช่วงบ่ายๆ ก็สามารถมาเดินชมวิถีชีวิตชาวบ้านความเป็นอยู่บ้านเรือนชาวประมงแห่งบ้านไม้รูดพร้อมทักทายพูดคุยกับชาวบ้านไม้รูด ซึ่งกำลังแกะปูกุ้งและกั้งอยู่อย่างคะมักคะเม่นบางคนก็กำลังทำปลาแดดเดียว นักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านติดไม้ติดมือเป็นของฝากกลับไปบ้านหรือจะแวะกินอาหารมื้อกลางวันก๋วยเตี๋ยวกั้งจากร้านอาหารภายในหมู่บ้าน จากนั้นพอแดดร่มลมตกในตอนบ่ายแก่ๆนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์และในตอนกลางคืนสามารถนั่งเรือชมหิ่งห้อยภายในคลองไม้รูดได้อีกด้วย 
- สาธิตการปรุงอาหารพื้นบ้านของชุมชนไม้รูด
- สาธิตการสานหมวกจากใบมะพร้าว

- สาธิตการถักแหและอวน
- นวดแผนโบราณบริการนักท่องเที่ยว
ภายในหมู่บ้านไม้รูดยังมี หาดไม้รูด ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตก อยากจะแนะนำให้มาท่องเที่ยวสักประมาณ 4 โมงเย็น เพราะที่จะได้เดินไปดูบ่อน้ำจืดที่อยู่ติดกับชายหาดไม้รูดชื่อว่า “บ่อญวน”และ “หาดทรายสองสี” ซึ่งอยู่บริเวณชายหาดไม้รูดแห่งนี้โดยเดินเท้าลัดเลาะริมทะเลตามป้ายบอกทางก็จะมาพบหาดทรายสองสี ซึ่งจะเห็นสีของทรายต่างกันได้อย่างชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นทรายขาวส่วนฝั่งขวาเป็นทรายสีแดงที่เกิดกระแสน้ำได้พลัดพาดินจากภูเขามาผสมกับทรายขาวจนเกิดเป็น “หาดทรายสองสี” 
หาดทรายสองสี
- นักท่องเที่ยวบนหาดทรายสองสีบนชายหาดบ้านไม้รูด
ถัดจากหาดทรายสองสี เดินเท้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบกับ บ่อญวน เป็นบ่อน้ำจืดที่อยู่ติดทะเล ภายในบ่อมีตาน้ำซึ่งมีน้ำจืดไหลออกมาตลอดเวลาไม่มีวันแห้ง แถมช่วงที่น้ำทะเลหนุนท่วมเข้ามาในบ่อน้ำแต่พอน้ำลง น้ำในบ่อเล็กๆแห่งนี้ก็ยังคงเป็นน้ำจืดเหมือนเดิม จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาดูและลองชิมน้ำในบ่อแห่งนี้ว่าจืดจริงหรือไม่
 บ่อญวน
สำหรับชื่อที่มาของบ่อญวนแห่งนี้ จากเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า สมัยที่เวียดนามรบขับไล่ฝรั่งเศสซึ่งตั้งฐานทัพอยู่ที่เกาะกง กองทหารเวียดนามได้ส่งทหารมารบขับไล่ฝรั่งเศสโดยขอใช้บ้านไม้รูดในดินแดนไทยเป็นที่ตั้งกองทหารซึ่งขณะนั้นอยู่ในสมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม
- ล่องเรือชมป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ในลำคลองไม้รูด

- ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ในลำคลองไม้รูด
- หอยพอกมีอยู่อย่างชุกชุมในลำคลองไม้รูด
หมายเหตุ สำหรับอัตราค่าบริการเรือโดยสารชมป่าชายเลนในชุมชนบ้านไม้รูดเรือโดยสารหนึ่งลำพร้อมชูชีพนั่งได้7คนราคาลำละ 500บาทติดต่อได้ที่ นาย หม่อง เจริญศรี กรรมการชุมชนบ้านไม้รูด โทรศัพท์ 087 136- 6375
กลับมาในส่วนของอาหารการกินบ้าง มาถึงถิ่นประมงพื้นบ้านแล้ว ฏ็ต้องลองลิ้มชิมรสอาหารทะเลสดๆพร้อมอาหารพื้นบ้านที่ชาวบ้านไม้รูดจัดมาให้เต็มพิกัดไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา กั้งและถ้าอยากจะพักแรมค้างคืนทางชุมชนบ้านไม้รูดก็มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ไว้ต้อนรับอีกด้วยหรือต้องการพักผ่อนเป็นส่วนตัวก็มีโรงแรม ลานแล โรงแรมเปิดใหม่เอี่ยมแห่งแรกและแห่งเดียวใกล้กับชุมชนบ้านไม้รูดไว้ให้บริการในอัตราค่าบริการคืนละ900 บาทรวมอาหารเช้า 
-อาหารพื้นบ้านของชุมชนบ้านไม้รูด
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังชุมชนบ้านไม้รูดแล้วอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนบ้านไม้รูดแล้วล่ะก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังนี้ครับ
- ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน เดิมชื่อว่า ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ตั้งอยู่ถนนตราด-คลองใหญ่ กิโลเมตรที่ 48 ริมทางหลวงหมายเลข 318
สำหรับประวัติความเป็นมาศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทยมีดังต่อไปนี้
ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มีชื่อเดิมว่า "ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด" ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2522 โดยพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทยที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนนับแสนคนที่หนีภัยสงครามภายในประเทศเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในเขตราชอาณาจักรไทยบริเวณบ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด 
- รูปหุ่
ุ่นขี้ผึ้งจำลองผู้อพยพหนีภัยสงครามชาวเขมรในห้องจัดแสดงภายในศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน
ในระยะแรกมีการก่อสร้างเพิงชั่วคราว เพื่อใช้เป็นที่ทำการ ที่พัก หน่วยพยาบาล ต่อมาจึงทำการก่อสร้างอาคารถาวร ประกอบด้วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โรงฝึกอบรม โรงเรียน และบ้านพัก ศูนย์สภากาชาดไทยแห่งนี้ให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ลี้ภัยชั่วเวลาหนึ่ง ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 บริเวณดังกล่าวจึงถูกปล่อยทิ้งว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ เมื่อปิดศูนย์ฯ ลง สภากาชาดไทยได้ขอให้กองทัพเรือส่งทหารเข้ามาดูแลพื้นที่ กองทัพเรือได้จัดให้ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เข้ามาอยู่ดูแลพื้นที่ 
- เครื่องดนตรีของผู้อพยะชาวเขมรในห้องจัดแสดงภายในศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน
- เงินเขมรปัจจุบันบางฉับบยกเลิกการใช้ไปแล้ว
ในห้องจัดแสดงภายในศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน
หาดบานชื่น เดิมมีชื่อว่า "หาดมะโร" ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "หาดบานชื่น "หาดบานชื่นถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามที่สุดในจังหวัดตราด ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการมาเที่ยวแบบธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีจุดเด่นที่หาดทรายที่มีทรายขาวเม็ดละเอียด กว้างขวางสุดสายตา จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวหรือพักผ่อนคลายเครียดในหยุดได้ ทางหาดยังมีธรรมชาติให้ศึกษาอย่างหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์ไม้หายากที่นักท่องเที่ยวสามารถมาชมแบบใกล้ชิดได้ 
-
หาดบานชื่น
สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวบ้านไม้รูด ชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ได้ที่ อบต.ไม้รูด โทร. 0 3969 1095 หรือนาย หม่อง เจริญศรี กรรมการชุมชนบ้านไม้รูด โทรศัพท์ 087 136- 6375
การเดินทางมาท่องเที่ยวบ้านไม้รูด
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 ที่ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วออกทางออกที่ไปทางอำเภอบ้างบึง ตามถนนหมายเลข 344 ถึงทางแยกอำเภอแกลงเลี้ยวซ้าย เข้าถนนหมายเลข 3 หรือ ถนนสุขุมวิท จากนั้นก็ขับตามถนนนี้ผ่านจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด เข้าเขตอำเภอคคลองใหญ่ ให้สังเกตด่านตรวจหาดราชการุณย์ จากนี้ไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบ้านไม้รูดชัดเจน ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตรก็ถึงบ้านไม้รูด หรือจะใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิทไปจนถึงบ้านไม้รูดก็ได้
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ จะมีรถโดยสารประจำทางไปถึงที่ตัวเมืองจังหวัดตราด สามารถไปขึ้นรถได้ที่ สถานีขนส่งเอกมัย หมอชิต(ถนนกำแพงเพชร2) มีรถบัสโดยสารและรถตู้ จากนั้นก็นั่งรถตู้โดยสารหรือรถสองแถวที่ บขส.ตราด ไปต่อที่อำเภอคลองใหญ่ โดยมีรถออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 6.00 น. – 18.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 – 6 ชั่วโมงบริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490 สายตะวันออก โทร. 0 2391 6846 หรือ www.transport.co.thบริษัท เชิดชัยทัวร์ โทร 02 3912237, 0 2391 2804 หรือ www.cherdchaitour.comบริษัท สุวรรณภูมิบูรพา จำกัด ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ โทร 08 9113 3490 , 0 2955 9863
เครื่องบิน สายการบินบางกอกแอร์เวย์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ – ตราด โทร 1771 หรือ www.bangkokair.com

เรื่องและภาพโดย.....ลุงหนวด

 

 

REFRESHING IN THE RAINY SEASON เติมความสดชื่นในวันฝนพรำด้วยเมนูสุดพิเศษจากร้าน GRAND DE CAFE

posted Sep 10, 2018, 2:01 AM by Suthep Puangmahod

แกรนด์ เดอ คาเฟ่ (GRAND DE CAFE) ร้านอาหารสไตล์ฟิวชันสุดชิคที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของแกรนด์โฮม สาขารัตนาธิเบศร์, สาขารามอินทรา และล่าสุด สาขาบางนา เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าที่แกรนด์โฮม รวมถึงลูกค้าทั่วไปได้มาลองลิ้มชิมรสกับเมนูอาหารทั้งไทย, อิตาเลียน, กาแฟ, เบเกอรี, ไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศความโปร่งสบายในแบบมินิมอล ผสานกับเสน่ห์ความเท่และเป็นเอกลักษณ์ในกลิ่นอายของลอฟต์ เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศที่ทั้งชิลและเก๋ไม่เหมือนใคร 
- “แกรนด์ เดอ คาเฟ่ สาขาบางนา”
นอกจากนี้ภายในร้านยังหยิบยกเอาเอกลักษณ์ลวดลายของกระเบื้องสไตล์บูทีคที่แกรนด์โฮมนำเข้าจากประเทศอิตาลี มาประยุกต์เป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ หรือกระเบื้องพื้นที่เล่นแพทเทิร์นได้สวยงาม ทำให้บรรยากาศโดยรวมของร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่น สบาย แต่ยังแฝงรายเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในทุกมุม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการช่วงเวลาพัคเบรก หรือเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน ไปจนถึงการนัดเพื่อนมาสังสรรค์แฮงค์เอ้าท์หลังเลิกงาน
- “แกรนด์ เดอ คาเฟ่ สาขารัตนาธิเบศร์”
“แกรนด์ เดอ คาเฟ่ สาขารามอินทรา”
สำหรับเมนูสุดพิเศษต้อนรับฤดูฝน แกรนด์ เดอ คาเฟ่ (GRAND DE CAFE) คัดสรรพระเอกประจำซีซั่น อย่าง สับปะรด ผลไม้ที่มากด้วยคุณประโยชน์ทั้งวิตามิน B1 ช่วยฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้า และวิตามิน C ที่ช่วยต่อต้านหวัดและเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย สร้างสรรค์เป็นเมนูสุขภาพรสชาติเยี่ยม เริ่มด้วย ข้าวผัดสับปะรดแฮม (Pineapple Fried Rice with Ham) ข้าวผัดหอมนุ่มสีเหลืองทอง ผัดกับแฮมเกรดเอชิ้นพอดีคำส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหล เติมความหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยด้วยเนื้อสับปะรดพันธุ์ดีเพื่อรสชาติที่กลมกล่อม สุดท้ายโรยหน้าด้วยลูกเกด หมูหยอง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จัดเสิร์ฟด้วยภาชนะจากผลสับปะรดหั่นครึ่งสุดครีเอทที่ใครเห็นเป็นต้องหยิบมือถือมาเซลฟี่กันรัวๆ
- “เซ็ตเมนูข้าวผัดสับปะรดแฮม คู่กับ สับปะรดสมูทตี้ หรือ สับปะรดโซดา”
ระหว่างเพลิดเพลินกับเมนูข้าวก็หันมาจิบเมนูน้ำสับปะรด 2 สไตล์ เริ่มด้วย สับปะรดสมูทตี้ (Pineapple Smoothie) เครื่องดื่มสุดฮิตประจำซีซั่นสำหรับคนรักสุขภาพ น้ำสับปะรดปั่นเนื้อเนียนผสมผสานกับเนื้อสับปะรด เพื่อให้ได้รสชาติของสับปะรดแท้ๆ หวานละมุนซ่อนเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาวเล็กน้อย ถือเป็นเมนูน้ำผลไม้แคลอรีต่ำที่สาวๆ สายเฮลตี้ไม่ควรพลาด และอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สับปะรดโซดา (Pineapple Soda) โดยเคล็ดลับของเมนูนี้คือการบดเนื้อสับปะรดสดๆ ผสมผสานกับน้ำมะนาวและโซดา เพื่อสร้างสัมผัสที่แตกต่าง ทั้งยังให้รสหวาน เปรี้ยว และซาบซ่าไปพร้อมกัน กลายเป็นเมนูดับกระหายที่ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
“แกรนด์ เอต์ แม็กนั่ม”
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานสุดพิเศษ แกรนด์ เอต์ แม็กนั่ม (GRAND et Magnum) การพบกันอย่างลงตัวระหว่างไอศกรีมแม็กนั่มอัลมอนด์ ผสานความอร่อยอีกขั้นด้วยบราวน์นีเนื้อหนานุ่มสูตรพิเศษจาก แกรนด์ เดอ คาเฟ่ (GRAND DE CAFE) เติมความหอมหวานอีกเล็กน้อยด้วยซอสคาราเมลสุดเข้มข้น โรยด้วยอัลมอนด์สไลด์และอัลมอนด์สติ๊กแบบจัดเต็ม เมื่อไอศกรีมวานิลลาตกกระทบกับบราวน์นีและซอสคาราเมล กลายเป็นรสชาติใหม่ที่ชวนละมุนลิ้น ยิ่งได้ทานคู่กับบลูเบอร์รีสดและสตรอว์เบอร์รีเกาหลีรสหวานอมเปรี้ยว เกิดเป็นความคอนทราสต์ที่น่าลิ้มลอง 
ตลอดเดือนกันยายน – ตุลาคมนี้ แกรนด์ เดอ คาเฟ่ (GRAND DE CAFE) จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเช็ตเมนูข้าวผัดสับปะรดแฮม คู่กับสับปะรดสมูทตี้หรือสับปะรดโซดา จากปกติเซ็ตละ 300 บาท ลดเหลือเพียง199 บาท และเมนูของหวาน แกรนด์ เอต์ แม็กนั่ม จากปกติ 189 บาท ลดเหลือเพียง 139 บาทเท่านั้น ที่ร้าน แกรนด์ เดอ คาเฟ่ (GRAND DE CAFE) สาขารัตนาธิเบศร์, สาขารามอินทรา และสาขาบางนา โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.30 น./ 10.00 – 20.00 น./ 9.00 – 21.00 น. (ตามลำดับ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 097-997-7545 
ลุงหนวด  รายงาน

อำแดงไต้ฝุ่น อาหารไทย-จีนสูตรพื้นบ้าน กุ้งแม่น้ำยักษ์เผา

posted Aug 26, 2018, 5:42 AM by Suthep Puangmahod

บนถนนสุขุมวิทถือว่าเป็น ย่านปราบเซียนใครที่คิดจะมาเปิดร้านอาหารในย่านนี้แล้วจะต้องอร่อยจริงๆไม่อย่างนั้นแล้วมีสิทธิหอบหมอนเก็บเสื่อกลับบ้านตั้งแต่ไก่โห่ "อำแดงไต้ฝุ่น" เป็นร้านอาหารไทย-จีนที่แจ้งเกิดในย่านนี้ ด้วยฝีมือการปรุงอาหารแบบพื้นบ้านสูตรดั้งเดิม รสชาติของความอร่อยเหมือนสมัยที่ปู่ย่าตายาย หรือ อากง อาม่า"ปรุงให้พวกเราทานสมัยยังเป็นเด็กๆความอร่อยแบบบ้านๆต้นตำหรับอาหารไทยแท้ๆ
คุณ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ หรือชื่อเล่นว่าใหญ่ ผู้ดูแลร้าน อำแดงไต้ฝุ่น และบริหารร้านอาหารดังอีก 3 แห่งนั่นคือ บ้านชิดกรุงกุ้งเผา,ครัวบุษบัน กุ้งเผาวอเตอร์วิว จังหวัดปทุมธานี รวมถึง ท่าน้ำขวัญ กุ้งเผา ริเวอร์วิว จังหวัดนนทบุรี เธอได้เล่าถึงแนวคิดการทำร้านอาหารไทยในซอยสุขุมวิท 32 ซึ่งเป็นบ้านโบราณ และได้มีการประยุกต์ออกแบบตกแต่ง ให้มีความร่วมสมัยน่าค้นหา และมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น
“ส่วนตัวชื่นชอบอาหารไทย เพราะในสมัยเด็กได้มีโอกาสไปอยู่กับบ้านคุณย่าที่นครปฐม ทำนาปลูกข้าว ข้างบ้านมีผักพื้นบ้าน เช่น สายบัว ผักกะเฉด ซึ่งครัวไทยในสมัยโบราณ ไม่มีน้ำมันหอย หรือซอสปรุงรส ดังนั้นอาหารไทยโบราณจึงใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และสิ่งที่หาได้นำมาปรุงรส ให้มีรสชาติกลมกล่อม เช่น เกลือ น้ำตาลปี๊บ รวมถึง กะปิ ที่ใส่ในแกงที่ไม่มีกะทิ เช่น แกงคั่ว เพราะจะทำให้มีกลิ่นหอมเย้ายวลใจ ทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจที่อยากทำอาหารไทยโบราณอย่าง “อำแดงไต้ฝุ่น” ขึ้น
ด้านความเป็นมาของชื่อ “อำแดงไต้ฝุ่น” ก็มาจาก 2 คำสำคัญ คือ “อำแดง” คำนำหน้าที่ใช้เรียกผู้หญิงในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนตัวรู้สึกว่าคำนี้เสมือนตัวแทนของหญิงไทยที่ทำอาหารแบบพื้นบ้าน มีความพิถีพิถันในการตกแต่ง ส่วน“ไต้ฝุ่น” มาจากการได้มีโอกาสไปทาน ปูทะเลผัดไต้ฝุ่น ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านฮ่องกงยอดนิยมเช่นเดียวกับอาหารไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งเมื่อได้เห็นวิธีการทำ ได้ชิม ได้ชม ก็เกิดความชื่นชอบมาก จึงสนใจนำคำว่า “ไต้ฝุ่น” นี้มาใช้ และนำมาเป็นอีกหนึ่งเมนู ให้แก่ลูกค้าที่ชอบทานอาหารทะเลกันอีกด้วย 
ภายในร้านยังแลดูอบอุ่นเสมือนได้นั่งทานอาหารอยู่กับบ้าน ประกอบด้วยมุมนั่งทานนั่งเล่นส่วนกลาง และโซนห้องวีไอพีอีกจำนวน 2 ห้อง คือ ห้องจีน ที่คุมโทนด้วยสีแดงฉูดฉาดลงรักในสไตล์จีน พร้อมโต๊ะอาหารทรงกลมสวย และห้องไทย เพื่อให้ได้สัมผัสกรุ่นกลิ่นไอของวิถีชีวิตแบบไทยๆ ทั้งยังคุมโทนด้วยสีน้ำเงินครามแก่ ตกแต่งในสไตล์ไทยประยุกต์ร่วมสมัยบรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแบบไทยๆ พิ้นที่กว้างขวาง นั่งสบาย สามารถแบ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว พร้อมสถานที่จอดรถมากมายภายในบริเวณร้านอาหารแห่งนี้ 
ด้านเมนูเด็ดของอาหารไทย มีให้เลือกอย่างมากมาย ประเดิมกันที่เมนูแรก ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักชิม นั่นก็คือ ข้าวมันกากหมู โดยการนำข้าวสวยลงไปผัดกับน้ำมันหมู ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย พร้อมกันกับโรยกากหมูกรอบๆคลุกเคล้าให้เข้าน้ำเข้าเนื้อ ทานแบบร้อนๆ กับอาหารไทยอะไรก็อร่อยเด็ดสะระตี่กันเลยทีเดียวลุงหนวดมองดูก็เพียงแค่ข้าวมันกากหมูธรรมดาๆแต่เรื่องรสชาติแล้วไม่ธรรมดาเลยจริงถือว่าเป็ยนเมนูเด่นของร้านเลยทีเดียว
- ข้าวมันกากหมู 
เมนูต่อมามาก็คือ ผัดสายบัวกุ้งสด โดยทางร้านได้คัดสรรสายบัวสดๆ ผัดกับมันกุ้งหอมฉุย จนได้น้ำมันปูที่ออกสีแดงอมส้ม รสชาติกลมกล่อม สายบัวมีความกรอบ ความหวาน อร่อยอย่างลงตัว หลายๆ คนที่มาทานมักจะตักน้ำแกงของผัดสายบัวกุ้งสดราดข้าวทานอย่างเอร็ดอร่อย ก็เพราะความมัน ความหอมของมันกุ้งนั่นเอง 
เมนูต่อมานับว่าเป็นทีเด็ดของร้านหรือที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกกันว่า “Signature” นั่นก็คือ “ปูทะเลผัด Spicy crab” อันมีรสชาติเข้มข้น ด้วยการคัดสรรค์ปูตัวโตๆ ที่มีขนาดใหญ่ เนื้อหวานอร่อย พร้อมเครื่องเคียง ที่นับเป็นยาอายุวัฒนะ นั่นก็คือ กระเทียม แล้วทำการทอดจนกรอบ มีสีเหลืองทองกลิ่นหอม เคล็ดลับของความอร่อย ก็อยู่ที่การทานปูทะเลสดๆ แกล้มกับกระเทียมทอดกรอบ ได้ทั้งความอร่อย และความหอมไปในตัว 
ปูทะเลผัด Spicy crab
ปูไข่ ในน้ำซอสแดนกิมจิ
ปูไข่ จานนี้ ทีเด็ดของความอร่อยนั้นอยู่ที่ความสดของเนื้อปูที่มีรสชาติหวานละมุนไม่คาวแต่อย่างใดพร้อมคลุกเคล้าด้วยซ๊อสถั่วเหลืองจากแดนกิมจิ เครื่องปรุงจัดเต็มสมราคา 
เมี่ยงปลาช่อนทอด
 จานถัดมาพบกับความอร่อยแบบไทยๆ “เมี่ยงปลาช่อนทอด” ทีเด็ดของความอร่อยก็อยู่ที่ การทอดปลาช่อนแบบกรอบนอกนุ่มใน พร้อมเครื่องเคียงต่างๆ อย่างครบครัน 
เมนูต่อมาก็คือ ผัดเผ็ดเนื้อใบยี่หร่า คนรุ่นใหม่ อาจจะยังไม่คุ้นตากับใบยี่หร่า อันเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณประโยชน์ จานนี้ต้องขอบอกว่า แซ่บดุดันลิ้น ! ด้วยรสชาติที่จัดจ้าน แต่ยังคงความอร่อยในตำรับอาหารไทยแท้ๆ ที่หาชิมได้ยากในปัจจุบัน หากทานแต่ของผัดของทอด ก็เดี๋ยวจะคอแห้งผากไปเปล่าๆ ต้องแก้คอแห้งด้วย “ต้มยำปลาทูมะดัน” อันมีรสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดแซ่บ ! เวอร์ ! กลมกล่อม และคงความอร่อยในสไตล์อำแดงไต้ฝุ่น 
- กุ้งแม่น้ำ
ปิดท้ายอาหารคาวกันด้วย “กุ้งแม่น้ำ” ที่มีความสดของกุ้งตัวโตๆ ซึ่งทำการผ่าซีกวางลงในจานกระเบื้องสีครามสวย ตัดกันกับมันกุ้งสีส้มสด พร้อมน้ำจิ้มเลิศรส แหม…เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม… 
จากอาหารคาวเรามาปิดท้ายกันที่ขนมหวานอร่อยที่ขึ้นชื่อเพื่อล้างปาก ซึ่งมีชื่อเดียวกับร้าน “อำแดงไต้ฝุ่น” ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งสีเหลี่ยมสีขาวนวลๆ ทำจากเต้าหู้ถั่วเหลืองชุบแป้งทอด เชฟได้ทำการทอดจนกรอบนอกนุ่มใน อร่อยหอมละมุนลิ้นจนติดใจ แถมคลุกเคล้าไปด้วยเกล็ดหิมะเม็ดละเอียดสีขาวสวย ราวกับผงฝุ่น ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับรสชาติของความหวาน ความหอม เค็มแบบปะแล่มๆ แต่ทว่าอร่อยแบบโดนจิต และโดนใจกันเลยทีเดียว
อำแดงไต้ฝุ่น” 
ลุงหนวดขอเชิญท่านผู้อ่านมาพิสูจน์และลิ้มลองในความเอร็ดอร่อย กับตำนานอาหารไทยต้นตำรับ ได้ที่ “อำแดงไต้ฝุ่น” ซอย สุขุมวิท 32 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 ร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-22.30 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 095-716- 4712FB/IG : amdangtyphoon …สวัสดี….
ร้าน อำแดงไต้ฝุ่น ที่ตั้ง : สุขุมวิท32
สำรองที่นั่ง : 095-7164712
การเดินทาง : BTS ทองหล่อ เดินเข้าซอย สุขุมวิท 32 จากปากซอย ระยะทาง80เมตรร้านอยู่ทางขวามือ
Facebook : https://www.facebook.com/amdangtyphoon

ร้านข้าวใหม่-ปลามัน ร้านอาหารท้องถิ่นธรรมดาที่ไม่ธรรมดาในอัมพวา

posted Aug 8, 2018, 4:47 AM by Suthep Puangmahod   [ updated Aug 8, 2018, 5:25 PM ]


เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาลุงหนวดได้มีโอกาศเดินทางไปทำข่าวงาน“งานเชิดชูดุริยกวี ๕ แผ่นดิน กินอาหารถิ่นแม่กลอง ประจำปี ๒๕๖๑”ใน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามหลังจากเสร็จจากงานแถลงข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯเจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสาคร สมุทรสงคราม)ได้พาลุงหนวดและคณะผู้สื่อข่าวจากส่วนกลางแวะไปรับประทานอาหารท้องถิ่นกันที่ร้านข้าวใหม่ ปลามัน ตั้งอยู่ทางไปวังมะนาว เส้นทางเดียวกับวิทยาลัยการอาชีพอัมพวาบรรยากาศของร้านสงบเงียบ วิวทิวทัศน์สวยงามสุดสายตาพานอราม่า ร้านได้รับการตกแต่งด้วยไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยหญ้าแฝกทั้งร้านเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมแถวนั้นมากๆบรรยากาศชิลๆมากโดยเฉพาะในยามแดดร่มลมตก

สำหรับในเรื่องอาหารการกินแล้วลุงหนวดจะเน้นในเรื่องรสชาติของอาหารมาเป็นอันดับแรกๆรองลงมาก็คือคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารก็มีความสำคัญรองลงมาเช่นกันในปัจจุบันหลายท่านหันมาให้ความสนใจกับที่มาของอาหารกันมากขึ้นว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารให้เรากินนั้นมาจากไหน ปลอดสารพิษหรือยาฆ่าแมลงหรือไม่และจะดีกับสุขภาพของเราหรือเปล่า 
-  วิวทิวทัศน์ของร้านข้าวใหม่ปลามัน
คุณ ปัญญา โตกทอง เจ้าของร้าน 
สำหรับ“ร้านข้าวใหม่ ปลามัน” เจ้าของร้าน ชื่อคุณ ปัญญา โตกทองได้ให้ความสำคัญกับสองเรื่องนี้เป็นพิเศษโดยแกจะเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและผลิตขึ้นเองในชุมชน แม้แต่ข้าวที่กินก็มีให้เลือกหลายชนิดเช่นกันซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้าวที่ปลูกขึ้นเองในท้องถิ่นทั้งหมด สำหรับเมนูอาหารของ “ร้านข้าวใหม่ ปลามัน” ที่ลุงหนวดอยากจะแนะนำให้ท่านผู้อ่านมาลองชิมก็คือ ยำยอดหนามพุงดอกุ้งสด  ซึ่งต้นหนามพุงดอที่ขึ้นอยู่ตามแนวป่าชายเลนหลายคนคิดว่ากินไม่ได้ แต่ที่ร้านจับเอายอดอ่อนของต้นหนามพุงดอมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดเช่น แกงอ่อมชะครามปูทะเล ชะครามคือพืชที่ขึ้นอยู่ตามชายเลนมากด้วยสรรพคุณ นำมาทำแกงอ่อมรสชาติเข้มข้นกับปูทะเลเนื้อแน่น อาหารพื้นถิ่นจากธรรมชาติเหล่านี้ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่ลุงหนวดอยากจะแนะนำอาทิเช่น
- น้ำพริกชะครามปลาหมอ 150 บาท

- ยะหนามพุงดอกุ้งสด 180 บาท

- แกงรัญจวนปลา+กุ้ง 220 บาท

- ปลาทูแดดดียว 150 บาท

- ปลาสลิดแดดเดียว 200 บาท

- แกงออมกรรเชียงปูยอหนามพุงดอ 400 บาท
และเมื่อพิจารณาดูราคาอาหารของร้านข้าวใหม่ ปลามันแล้วราคาอาจจะสูงกว่าร้านอาหารปกติธรรมดาเล็กน้อยแต่ในเรื่องรสชาติของความอร่อยลุงหนวดขอรับประกันว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารท้องถิ่นธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆลุงหนวดอยากชวนให้ลองชิมดูเถอะแล้วคุณจะติดใจบางเมนูอาหารอาจจะช้านิดช้าหน่อยลุงปัญญาเจ้าของร้านฝากขออภัยด้วยถ้าอยากจะกินอาหารให้อร่อยต้องใจเย็นๆเพราะแม่ครัวจะต้องเสียเวลาพิถีพิถันในการปรุงอาหาร ลุงหนวดนั่งกินอาหารไปฟังคุณ ปัญญา โตกทอง เจ้าของร้านอาหารเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของเมนูอาหารแต่ละอย่างได้ความรู้ดีแท้ครับ
- ชะครามผักพื้นบ้าน
- เมนูรวม

การเดินทาง
ถ้าเดินทางมาจากกรุงเทพให้วิ่งบนถนนพระราม2 มุ่งหน้าไปวังมะนาม ผ่านปั้มปตท.คลองโคนประมาณ6 กม.ให้สังเกตุสะพานลอยชิดซ้ายเข้าซอยคู่ขนานก่อนถึงสะพานลอย ก่อนถึงปั้มบางจาก(ปั้มสุดท้ายของถนนพระราม2)เข้าซอยวัดเพชรรัตน์มา700 ม. ผ่านวิทยาลัยการอาชีพอัมพวาแล้วจะเจอสามแยกจากนั้นให้เลี้ยวขวาก็จะเห็นร้านตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทางขวามือครับ
ร้านข้าวใหม่ ปลามันเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. ถ้ามาไม่ถูกโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:โทร. 084-971 7293,064-3293896

Paulaner Garden / พอลลาเนอร์ การ์เดนท์ร้านอาหารเยอรมัน สไตล์เบียร์การ์เดนท์แห่งแรกประเทศไทย

posted Aug 3, 2018, 4:29 AM by Suthep Puangmahod

Paulaner Garden ร้านอาหารเยอรมันและนานาชาติ สไตล์เบียร์การ์เดนท์ แห่งแรกในประเทศไทยได้เปิดบริการมากกว่า 12 ปี บริหารงานโดยคุณกานต์พิชชา คงสมบัติ และ มร.วอลเตอร์ เคนเนท วิททีเดิมทีร้าน Paulaner Garden ตั้งอยู่บริเวณแจ้งวัฒนะ ถนนสามัคคีตัดใหม่ นนทบุรี ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการมากกว่า 10 ปี
ปัจจุบัน Paulaner Garden ได้ย้ายมาอยู่ที่ ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 9 แยก 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ “คุณกานต์พิชชา คงสมบัติ และ มร.วอลเตอร์ เคนเนท วิทที” มีความตั้งใจเปิดร้านที่มีบรรยากาศสไตล์บาวาเรียน ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้ นานาพันธุ์ เสมือนสวนในบ้าน และโดดเด่น ด้วยเสากระโดงขนาดใหญ่ ซึ่งประดับประดาด้วยภาพสัญญลักษณ์วิถีชีวิตของชาวบาวาเรียนในแต่ละท้องถิ่น ทำให้ ได้กลิ่นอายของเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันอย่างแท้จริง
Paulaner Garden จึงเป็นสถานที่เหมาะแก่การพบปะสังสรรค์ของครอบครัว กลุ่มเพื่อน หมู่คณะ หรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ โดยมีแนวคิดที่ว่า “ ปาร์ตี้บ้านเพื่อน” ซึ่งมีบรรยากาศเป็นกันเอง ด้านนอกมีระเบียงสามารถนั่งมองสวนด้านหน้า หรือจะนั่งในสนามหญ้าด้านหน้าก็ยังได้ สำหรับท่านที่ชอบอากาศเย็นๆ เราก็มีห้องปรับอากาศเย็นๆ ไว้รองรับ ทุกท่าน หรือหากท่านต้องการความเป็นส่วนตัวทางร้านก็ห้องไวน์เซลล่า เพื่อรองรับการประชุมหรือสังสรรค์ พร้อมคาราโอเกะไว้บริการด้วย
สำหรับท่านที่ชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางร้านมีเบียร์นำเข้าจากเยอรมันหลากหลายชนิด ให้ท่านได้เลือก ลิ้มลอง Paulaner–Weissbier, Paulaner-Weissbier Dunkel , Paulaner Muncher Hell, Paulaner Salvator, Hacker Pschorr Gold, Hacker Pschorr Kellerbier ฯลฯ
นอกจากเบียร์ประเทศเยอรมันแล้ว Fuller’s Beer เบียร์พรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ ท่านก็สามารถเลือกดื่มด่ำลิ้มลอง ได้เช่น London Pride, London Porter, ESB, India Pale Ale, Organic Honey Dew, นอกจากเบียร์ท่านจะ ได้สัมผัสรสชาติของ Cornish Cider ซึ่งก็จะแบ่งเป็นหลากหลายรสชาติ Gold Cider, Blush Cider, Heritage Cider,Pear Cider และสุดท้ายของเบียร์ตระกูลอังกฤษ Ginger Beer
Paulaner Garden นอกจากจะโดดเด่นในด้านเบียร์ ด้านอาหารก็ไม่แพ้กันเลยทีเดียว ทางร้านมีหลากหลายประเภทให้ท่านได้เลือกสรรโดยคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ซึ่งมีทั้งอาหารเยอรมัน และอาหารนานาชาติ โดยเฉพาะอาหารไทยรสชาดจัดจ้านถูกใจแก่ผู้ได้ลิ้มลอง “เพรสเซล”ขนมปังสไตล์เยอรมันรูปหัวใจเสริฟคู่กับ ตับบด สิ่งแรกที่ควรสั่งก่อนรายการอื่นๆ ถัดมาเมนูขึ้นชื่อของร้าน คือ “ขาหมูเยอรมัน” ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่จะใช้วิธี “อบรีดมัน” และเมนูที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งของร้าน คือ “ไส้กรอกบาวาเรียน” ซึ่งในเมนูมีใส้กรอกชีส เยอรมันบราทเวิสท์ ทูริงเจอร์รี ถ้าไม่สั่งทั้ง 3 เมนูนี้ถือว่ามาไม่ถึง Paulaner Garden
เปิดบริการ 17.00-24.00 น. (รับจัดเลี้ยงและงานสังสรรค์) โทร. 02-748-1900-4 ต่อ 312, 082-790-1782
-แผนที่ร้าน
Paulaner Garden 
ลุงหนวด.....ราบงาน

อ้วนบะกุ๊ดเต๋ อ.สุไหงโกลก นราธิวาส

posted Sep 6, 2017, 5:55 PM by Suthep Puangmahod


เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาลุงหนวดได้รับการชักชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนราธิวาสร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และบริษัท เมืองไทย ครีเอทีฟ ฯ เดินทางลงมาสัมผัส 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดยะลา,ปัตตานีและนราธิวาส) ตามโครงการ “สานพลังประชารัฐด้านการท่องเที่ยวเพื่อความมั่นคง” ลุงหนวดได้มีโอกาสเดินทางไปพักค้างคืนที่ อ.สุไหงโกลก เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับไปยังจ. นราธิวาสเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ลุงหนวดได้มีโอกาสแวะไปรับประทานอาหารเช้า ที่ร้าน อ้วนบะกุ๊ดเต๋ ในอ.สุไหงโกลก

และเมื่อได้มีโอกาสเดินทางมารับประทานบักกุ๊ดเต๋ใต้สุดถึงอ.สุไหงโกลกลุงหนวดขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของบะกุ๊ดเต๋ให้ท่านผู้อ่านฟังพอหอมปากหอมคอน่ะครับ 

“บักกุ๊ดเต๋” หม้อใหญ่สุดครับ
สำหรับ “บักกุ๊ดเต๋”เป็นอาหารเสริมจากความขาดแคลนอาหารและบำรุงสุขภาพของคนงานท่าเรือ กล่าวกันว่ามีต้นกำเนิดจากเมืองฉวนโจว ในมณฑลฝูเจี้ยน หรือจากเฉาซาน ซึ่งยังคงมีผู้รับประทานอยู่ในปัจจุบัน แล้วนำเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมา แต่ตามเรื่องราวที่เป็นไปได้มากที่สุดนั้น บักกุ๊ดเต๋คิดขึ้นมาโดยชาวจีนชั้นสูงคนหนึ่งจากเมืองฉวนโจวในมณฑลฝูเจี้ยน สูตรลับถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อนสู่เพื่อน ชาวจีนเดินทางสู่เมือง เคลัง และเป็นครั้งแรกที่ปรุงบักกุ๊ดเต๋เพื่อจำหน่าย ซึ่งต่อมากลายเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงแล้วถูกเลียนแบบและปรับปรุงหลายครั้ง ดังนั้นตามเรื่องราวนี้จึงถือว่าชาวฮกเกี้ยนเป็นผู้คิดค้นบักกุ๊ดเต๋ ต่อมาชาวแต้จิ๋วได้นำบักกุ๊ดเต๋ไปปรับปรุงรสชาติตามรสนิยมของตนเอง ข้อแตกต่างที่มองเห็นได้ระหว่างบักกุ๊ดเต๋แบบฮกเกี้ยนกับแบบแต้จิ๋วคือ แบบฮกเกี้ยนจะใช้ซีอิ๊วดำและน้ำแกงมีสีเข้มกว่า ซึ่งความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละวัฒนธรรม
- อ้วน 
บะกุ๊ดเต๋ กัล ลุงหนวด ชวนชิม
ลุงหนวดไปสืบค้นมาคำว่า บะกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) นั้นถ้าแปลกันตรงๆจะได้ความว่า “กระดูกหมูและน้ำชา”แต่ถ้าขยายความก็คงจะหมายถึง อาหารที่มีกระดูกหมูเป็นหลัก และร่วมกับน้ำชาจีนถึงจะครบตามสูตร ส่วนรูปร่างหน้าตา บะกุ๊ดเต๊ ถูกจัดเป็นให้อาหารประเภทน้ำซุปแบบจีนอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมกินกันในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ใต้หวัน ส่วนในบ้านเรา จะมีให้ทานกันมากหน่อยก็ในจังหวัดภูเก็ตและเมืองหาดใหญ่ ส่วนในกรุงเทพฯเองปัจจุบันนี้ก็มีอยู่หลายร้านด้วยกัน และหนึ่งในร้านที่มีชื่อมากๆก็คือร้าน”อ้วนบะกุ๊ดเต๋”ตั้งอยู่ถนนประชานิเวศน์1ใกล้กับวัดเสมียนนารีซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาของร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋ ในอ.สุไหงโกลกที่ลุงหนวดกำลังจะพาท่านผู้อ่านเดินทางมาลองลิ้มชิมรสอยู่ในขณะนี้ครับ 
ท่านผู้อ่านที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังอ.สุไหงโกลกและเข้าพักที่โรงแรมกรีน บูติกในอ.สุไหงโกลกตอนเช้าๆลองเดินออกกำลังกายไปตามถนนระยะทางห่างจากโรงแรมกรีน บูติกสัก100เมตรก็จะถึงร้าน “อ้วนบะกุ๊ดเต๋” เห็นป้ายบอกชื่อยี่ห้อชัดเจนครับ หรือไม่ก็สังเกตง่ายๆ ดูร้านที่มีกระป๋องเห็ด กระป๋องหอยตั้งซ้อนกันสูงๆเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่หน้าร้านใช่แล้วนั่นคือ ร้าน”อ้วนบะกุ๊ดเต๋” แน่นอนครับ
-บรรยากาศภายในร้าน  “อ้วนบะกุ๊ดเต๋”
ร้าน “อ้วนบะกุ๊ดเต๋”นี้จะขายบะกุ๊ดเต๋ตามขนาดของหม้อครับคือจะบอกขนาดของหม้อละเอียดลงไปเลยว่าหม้อหนึ่งคน (หมายถึงเหมาะกับจำนวนหนึ่งคนกิน) ราคา 100 บาท หม้อ 2 คน 200 บาท หม้อสามคน 300 บาท หม้อสี่คน 400 บาท และหม้อใหญ่ที่สุดคือหม้อละ1,000 บาททานได้8-10คนแต่ถ้าใส่เปาฮื้อกระป๋องลงไปด้วยหนึ่งกระป๋องราคาก็จะเพิ่มเป็นหม้อละ1,360บาท(เปาฮื้อกระป๋องๆละ360บาท)ครับ
- คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี
“ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋” เป็นร้านที่ให้เครื่องมาอย่างเต็มที่ทีเดียวครับเรียกว่ากินหม้อเดียวคนเดียวก็อิ่มแล้วครับ ไม่ใช่ประเภทบอกหม้อหนึ่งคนแล้วกินจริงๆ หนึ่งคนไม่อิ่ม จนต้องมาสั่งหม้อสองและหม้อสามจึงจะอิ่ม ลุงหนวดขอบอกตามตรงเลยครับว่า ราคากับปริมาณของ “ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋”นั้นราคาสมเหตุสมผลและคุ้มค่ารสชาติของความอร่อยทีเดียวครับ
-เครื่องยาจีนในหม้อต้ม
บะกุ๊ดเต๋ของ“ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋”
“ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋” นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติของความอร่อย เป็นบะกุ๊ดเต๋ที่อุดมไปด้วยเครื่องอย่างกระดูกหมู เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดบาบิยอง ผักกาดขาว ในน้ำซุปหอมกรุ่น ที่ถูกเสิร์ฟมาในสไตล์ที่เน้นความร้อนระอุชนิดควันฉุย พลังความร้อนและความหอมและกลิ่นหอมของเครื่องยาจีนที่ห่อผ้าขาวบางขนาดใหญ่หม้อละ2ห่อถูกต้มอยู่ในหม้อขนาดใหญ่กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้านด้วยเหตุนี้ทำให้น้ำซุปของร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋ มีรสชาติอร่อย ลุงหนวดสอบถามลุงอ้วนเจ้าของร้าน ทุกๆวันจะต้องใช้เครื่องยาจีนวันละสองห่อๆละ1000 บาท รวมแล้วจะต้องใช้เครื่องยาจีนถึงวันละ2000บาทส่วนเนื้อหมูและซี่โครงหมูก็คัดเลือกส่วนที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้าได้รับประทานกัน 

ร้าน อ้วนบะกุ๊ดเต๋ (เจ้าตำรับสุไหงโกลก)
75-77 ถ.วรคามินทร์ อ.สุไหงโกลก
จ.นราธิวาส 96120
โทรศัพท์ 073-616177, 081-698-9234

1-10 of 25