Travellers‎ > ‎

งานผู้ไทโลก ครั้งที่ 9 ณ.เรณูนคร จ.นครพนม

posted Feb 19, 2018, 1:55 AM by Suthep Puangmahod
ในระหว่างวันที่ 14 – 18 กุมภาพันธ์ 2561 ณ.โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูลและวัดธาตุเรณูได้จัดงานวันผู้ไทโลกครั้งที่ 9 ขึ้นซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาวผู้ไทจากทุกถิ่นทั่วโลก โดยเฉพาะชาวผู้ไทจากหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานของไทยภายใต้ชื่อและคอนเซปต์ "พัสตราภูษา งามผ้าตระกูลไท ท่องเที่ยวสุขใจ วิถีผู้ไท เรณูนคร” ที่อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ในงานเทศกาลเที่ยวเรณูนคร ระหว่างวันที่ 14 – 18 กุมภาพันธ์ 2561 นี้
สำหรับงานผู้ไทโลกจัดต่อเนื่องมาทุกปี จนครั้งที่ก็เป็นครั้งที่9 ชาวผู้ไททั้งชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแก่ แม่เฒ่า คนรุ่นหนุ่ม รุ่นสาว เด็กๆ เยาวชนรุ่นใหม่ ล้วนแต่มีความเป็นชาวผู้ไทอยู่ในสายเลือดสูงทุกคน วัฒนธรรม ประเพณี ของชาวผู้ไท ได้ถูกแสดงออกผ่านการแสดงฟ้อนรำที่ อ่อนช้อย งดงาม ทุกท่วงท่าฟ้อนรำล้วนแฝงไปด้วยวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การแสดงออกถึงความเข้มแข็งในการประกอบสัมมาอาชีพของชาวผู้ไท ชาวผู้ไท จะมีรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หรือจะยิ้มที่ไหน ก็ดู "งดงาม" และคงสร้าง "ความสุข" ให้กันและกันได้อยู่เสมอ โดยการจัดงานในครั้งนี้สมาคมผู้ไทโลกได้จับมือกับจังหวัดนครพนม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครพนมอำเภอเรณูนคร สภาวัฒนธรรมอำเภอเรณูนคร โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล เทศบาลตำบลเรณูนคร และที่ขาดไม่ได้ความร่วมมือร่วมใจกันของพี่น้องชาวผู้ไทในเมืองเว เรณูนคร ทุกๆ คน ที่พร้อมจะต้อนรับนักเดินทางด้วยรอยยิ้มให้ทุกท่านที่มาเยือนได้มีความประทับใจกลับไป
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีไทย – วิถีถิ่น นิยมชมชอบในการแต่งกายแบบไทย ผ้าซิ่นตระกูลไท จะทำให้ท่านเพลิดเพลินไปกับความงามและฝีมือการทอผ้าอันประณีตไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย การท่องเที่ยวเมิงเว เรณูนคร ท่านจะพบความหลากหลายมิติความงดงาม ทั้งวัฒนธรรมประเพณี อาหาร ขนมและงานหัตถศิลป์พื้นบ้าน

สำหรับเมืองเรณูนคร เดิมชื่อว่า “เมืองเว” เป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่เคลื่อนย้ายข้ามฝั่งโขง เข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนครั้งแรกในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่จะเป็นชาวผู้ไทที่อพยพมาจากเมืองวัง ประเทศลาว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ “ท้าวสาย” ผู้นำกลุ่มชาวผู้ไทขึ้นเป็น “พระแก้วโกมล” เจ้าเมืองเวคนแรก และทรงยกบ้านเมืองหวายขึ้นเป็นเมืองเรณูนคร เมื่อราวปี พ.ศ. 2387 อายุเมืองเรณูนครมาจนถึงปัจจุบัน จึงนับได้ 174 ปี มาแล้วครับ
ลักษณะเด่นของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท คือเป็นกลุ่มชนที่มีความขยัน อดออม พึ่งตนเอง โดยเฉพาะการทอผ้า ที่จะทำทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหมเพื่อใช้เองในครัวเรือน ทั้งเป็น “ผ้าซิ่น” ตีนเต๊าะ ตีนต่อ ผ้าไหมหมี่สาดหรือมัดหมี่ ทำเป็นรูป หมี่ปลา หมี่ตุ้ม หมี่กระจัง หมี่ข้อ ทำเป็นหมี่คั่น มิได้ทอเป็นหมี่ทั้งผืน แต่หากมีลายต่าง ๆ มาคั่นไว้ สีที่นิยมคือ สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง พื้นมักใช้เครือหูกฝ้ายสีเปลือกอ้อย อีกทั้งเสื้อ ก็นิยมทำเป็นเสื้อแขนกระบอกสามส่วนติดกระดุมธรรมดา กระดุมเงิน หรือเหรียญสตางค์ เช่น เหรียญสตางค์ห้า สตางค์สิบ มาติดเรียงเป็นแถว นิยมใช้เป็นผ้าย้อม ครามเข้มหรือน้ำเงิน
จนถึงในราวปี พ.ศ. 2480 จึง เริ่มมีผู้นำผ้าขลิบแดงติดชายเสื้อ เช่น ที่คอสาบเสื้อปลายแขนเพื่อใช้เป็นชุดแต่งในการฟ้อนรำ และใช้ต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่จัดว่ามีชื่อเสียงไปทั่วโลก เรียกกันว่า “ผ้าแพรวา” ปัจจุบันนิยมทอกันอยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งความหมายเดิมของผ้าแพรวาก็คือ ผ้าแพรหนึ่งผืนขนาด 1 วา ที่นิยมใช้เวลาไปในที่สาธารณะ
นอกจากประเพณี – พิธีกรรม ที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพและความงดงามแล้ว ชาวผู้ไทเรณูยังมีประเพณีการฟ้อนรำที่เรียกว่า “ฟ้อนผู้ไท (ภูไท) เรณูนคร” ที่อาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่รู้เลยครับ

ลุงหนวด....รายงาน
Comments