Travellers‎ > ‎

สมาคมชาวจันทบุรีจัดประชุมใหญ่สมาชิกสมาคมชาวจันทบุรีพร้อมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เมืองจันทบุรี “ชวนชิมทุเรียน เที่ยวน้ำตก ช้อปสินค้าโอท็อป

posted May 3, 2018, 8:01 PM by Suthep Puangmahod
- ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่สักการะบูชาของชาว
จันทบุรีตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี
เมื่อวันที่29 เมษายน 2561ที่ผ่านมาสมาคมชาวจันทบุรีได้จัดประชุมใหญ่สมาชิกสมาคมชาวจันทบุรี ขึ้นที่ร.ร รร.อีสเทอร์น จ.จันทบุรี พร้อมพาสื่อมวลชน “ ชิมทุเรียน ชวนเที่ยวน้ำตก ช้อปสินค้าโอท็อป” เปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เมืองจันทบุรี สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้เพื่อพบปะสังสรรค์สมาชิกสมาคมชาวจันทบุรี โดยมีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้เกียรติมาบรรยายหัวข้อเรื่อง "ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก" เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก และการลงนามความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ MOU กับ อาลีบาบา ชาวจันทบุรีจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง? และจะต้องเตรียมตัวแบบไหน? พร้อมพาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่แนะนำประชาสัมพันธ์ เส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการทางเลือกใหม่ในการท่องเที่ยว ด้วยการพาชิมผลไม้ถึงสวนผู้ผลิตพร้อมเที่ยวน้ำตกคลองนารายณ์ในอุทยานแห่งชาตอน้ำตกพลิ้ว ปิดท้ายด้วยการช้อปสินค้าโอท็อปนำรายได้สู่ชุมชนบ้านเกาะเปริดในอ.แหลมสิงห์
นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในการประชุมใหญ่สมาชิกสมาคมชาวจันทบุรี โดยมี นายมานะ นพพันธ์ นายกสมาคมชาวจันทบุรี ดร.ธวัชชัย แสวงทรัพย์ กรรมสมาคมชาวจันทบุรี ดร.อุดม ชลาสิทธิ กรรมสมาคมชาวจันทบุรี พ.ต.อ.สุรัชชัย คงรอด กรรมสมาคมชาวจันทบุรี นายปัญญาภัสสร์ กรรมสมาคมชาวจันบุรี คุณแก้วตา ธนพัฒนากุล กรรมสมาคมชาวจันทบุรี คุณสุรดี พงษ์พาณิชย์ กรรมสมาคมชาวจันบุทรี นายประสงค์ วังศิริไพศาล กรรมสมาคมชาวจันทบุรี และสมาชิกสมาคมชาวจันทบุรี ร่วมประชุมกันอย่างคับคั่ง นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “รัฐบาลปัจจุบันได้ลงนาม ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ กับ อาลีบาบา 4 ฉบับ ได้แก่ โครงการลงทุนสร้างศูนย์สมาร์ทดิจิทัล ฮับในพื้นที่ EEC โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและส่งเสริมการทำธุรกิจผ่านระบบ E – Commerce โครงการร่วมกันส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล E – Commerce สำหรับผู้ประกอบการ SME และ Start Up และอาลีบาบาจะร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำไทยแลนด์ ทัวร์ริซึ่ม แพลตฟอร์ม (Thailand Tourism Platform) สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ เพื่อจัดกิจกรรมด้านการตลาดร่วมกันบนสื่อออนไลน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริม SMEทุกระดับเข้าสู่ E – Commerce การพัฒนาของดาวเด่นหรือ Talents ของไทยในด้านดิจิทัล การยกระดับระบบโลจิสติกส์ โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำของอาลีบาบา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล
เชื่อมโยงภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวให้เข้ากับภาคอุตสาหกรรม ให้พื้นที่จันทบุรีและตราดสามารถเชื่อมต่อกับ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (AEC) โดยมีเป้าหมายใหญ่ในการให้ประเทศไทยเป็น ชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก ให้ภาคตะวันออกเป็นฐานตามโครงการจัดตั้ง ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor) ส่งเสริมให้จังหวัดจันทบุรีจัดทำสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ Geographical Indications (GI) ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมโยง ระหว่างปัจจัยสำคัญสองประการ คือ ธรรมชาติและมนุษย์ กล่าวคือ ชุมชนได้อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ หรือวัตถุดิบเฉพาะในพื้นที่ มาใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าในท้องถิ่นของตนขึ้นมา ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่มาจากพื้นที่ดังกล่าว คุณลักษณะพิเศษนี้อาจหมายถึง คุณภาพ ชื่อเสียงหรือคุณลักษณะเฉพาะอื่นๆที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดจันทบุรี” 
นายมานะ นพพันธ์ นายกสมาคมชาวจันทบุรี กล่าวว่า สมาคมชาวจันทบุรี ก่อตั้งมาครบ 57 ปี และยังคงความรักความสามัคคีมาอย่างต่อเนื่อง มีส่วนช่วยพัฒนาเมืองจันทบุรี`ให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบันนี้พร้อมกันนี้ทางจันทบุรียังส่งเสริมด้านการศึกษา ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานของสมาชิก ที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ในทุกๆปี นอกจากนี้เรายังส่งเสริมสุขภาพ และพลานามัย ด้วยการจัดแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ให้สมาชิกและครอบได้มาร่วมกันออกกำลังกายอยู่เนื่องๆ
อีกหน้าที่หนึ่งของสมาคมฯก็คือส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งทางสมาคมชาวจันทบุรี ได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว “ชวนเที่ยวน้ำตก ชิมทุเรียน ช้อปสินค้าโอท็อป” เปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดจันทบุรี สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการทางเลือกใหม่ในการท่องเที่ยว ด้วยการพาชิมผลไม้ ทุเรียนนวลทองจันท์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นในจังหวัดจันทบุรีโดยการพานักท่องเที่ยวเดินทางไปชมชิมช้อปถึงสวนกันเลยทีเดียวจากนั้นพาท่านผู้อ่านเดินทางไปเที่ยวน้ำตกคลองนารายณ์ ที่รัชกาลที่ 4 เคยเสด็จประพาสพร้อมรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ปิดท้ายด้วยการช้อปสินค้าโอท็อปที่ชุมชนเกาะเปริดเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนเศรษฐกิจจะได้ขับเคลื่อน

ชิมสละพันธุ์สุมาลี ที่สวนลุงปรีชา ปิยารมย์
จากนั้นสมาคมชาวจันทบุรีพาคณะสื่อมวลชน เปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เมืองจันทบุรี ด้วยการชิมสละที่สวนลุงปรีชา ปิยารมย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลโปร่งแรด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 130 ไร่ ปลูกลำใยประมาณ 1,000 ต้น สละพันธุ์สุมาลียี่สิบกว่าไร่ประมาณ 600 กอซึ่งได้ผลผลิตจากสละปีละ 30 ตัน ราคาออกจากสวนมีตั้งแต่ราคา 55 – 70 บาท สละที่นี่จะต่างจากที่อื่นคือ ช่อใหญ่ ผลโต รสชาติ หวาน ไม่ออกเปรี้ยวเหมือนสวนอื่นๆเพราะที่สวนนี้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยหมักไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ยาฆ่าแมลงที่สกัดมาจากพืช ทำให้สละมีรสหวานหอมละมุนแตกต่างจากสวนทั่วๆไป
แนะนำเลยว่าถ้ามาเที่ยวเมืองจันท์อยากชิมสละต้องมาชม ชิม ช้อปกันที่ สวนลุงปรีชา ปิยารมย์รับรองว่าไม่ผิดหวังนอกจากนี้ยังมีให้กินตลอดทั้งปีอีกด้วย แต่ต้องติดต่อมาล่วงหน้า นอกจากนี้ที่สวนลุงปรีชายังมีลำใย,มังคุด และทุเรียน ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองตามฤดูกาลอีกด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 092 – 624 – 6699, 096 – 145 – 4695 Facebook piyaromfruitfarm Line @piyaromfarm 

ชิมทุเรียนพันธุ์แท้เมืองจันท์ที่สวนนวลทองจันท์

สำหรับทุเรียนพันธุ์นวลทองจันท์ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเมื่อสามสิบปีก่อน จากการที่นายสุเทพหรือนายพจน์ นพพันธ์ เกษตรกรเจ้าของสวน อายุ 59 ปี เจ้าของสวนทุเรียนลูกผสมระหว่างพันธุ์พวงมณีกับหมอนทองที่ธรรมชาติเป็นตัวคัดเลือกด้วยหมู่แมลงเป็นตัวกลาง นำเกสรของดอกทุเรียน 2 สายพันธุ์มาผสมข้ามสายพันธุ์ จนได้ทุเรียนสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นกลางสวนผลไม้ของชาวจันทบุรี และได้รับการตั้งชื่อว่า “นวลทองจันทร์” ที่ยึดเอา ชื่อภรรยาของนายพจน์ ที่ชื่อ “นวล” และคำว่า “ทอง” ที่ถือว่าเป็นของมีค่า กับคำว่า “จันท์” คือ จ.จันทบุรี โดยในปีนี้ ทุเรียนนวลทองจันทร์ จากสวนทุเรียนขนาดใหญ่แห่งนี้ ได้กลายเป็นทุเรียนนอกฤดู ที่ให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ซ้ำยังมีราคาแพงลิ่วทะลุกิโลกรัมละ200 บาทแต่ถ้าเป็นทุเรียนคุณภาพพรีเมี่ยมราคาอาจทะลุถึงกิโลกรัมละ300บาทเลยทีเดียวนายสุเทพหรือนายพจน์ เปิดเผยว่า ปีนี้ แม้สภาพอากาศจะแปรปรวนทุเรียน หรือผลไม้ชนิดอื่น ต่างออกดอกให้ผลน้อย แต่ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานบ้าง ส่งผลให้ทุเรียนนวลทองจันทร์ ออกดอกผลได้ดีจนเป็นคู่ปรับกับทุเรียน ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลกของประเทศมาเลเซีย คือ ทุเรียนพันธ์มอนซานคิง แต่ปัจจุบันนี้ อย่าได้ประมาทกับประเทศคู่แข่งทางด้านผลไม้ อย่างเช่น เวียดนาม หรือลาว ซึ่งประเทศเหล่านี้ สภาพดินฟ้าอากาศอยู่ในเส้นศูนย์สูตรเดียวกันกับเรา รวมไปถึงสื่อโซเชียล ในปัจจุบันรวดเร็วและหาข้อมูลได้ง่าย ซึ่งหากเราไม่รักษาคุณภาพประเทศคู่แข่ง ก็จะแซงเราไปด้วยซ้ำและตลาดใหญ่ของทุเรียนอาจไปอยู่ยังประเทศเพื่อนบ้านของเรา
นายสุเทพหรือนายพจน์ นพพันธ์ เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนนวลทองจันทร์
ด้าน นายสุเทพ ช่วยปัญญา เป็นสื่อมวลชนคนหนึ่งที่ได้มาทดสอบ และลองชิมรสชาติ ทุเรียนนวลทองจันทร์ กล่าวว่า ทุเรียนนวลทองจันทร์มีรสชาติหวานมัน เม็ดลีบ เนื้อเยอะอีกด้วย 
สำหรับสวนนวลทองจันท์ของนายสุเทพหรือนายพจน์ นพพันธ์ ตั้งอยู่ที่ บ้านมาบไพ ตำบลมาบไพ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี มีโอกาสเดินทางมาถึงจังหวัดจันทบุรีทั้งทีถ้าไม่ได้มากินทุเรียนนวลทองจันท์ที่สวนทุเรียนแห่งนี้แล้วถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองจันท์เพราะทุเรียนนวลทองจันท์เป็นทุเรียนที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นที่จังหวัดจันทบุรีเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยดังนั้นจึงมีให้ลองลิ้มชิมรสชาติเพียงที่เมืองจันทร์แห่งเดียวเท่านั้น 
เที่ยวน้ำตกคลองนารายณ์ 
เที่ยวชิมชมช้อปที่สวนผลไม้จนอิ่มหนำสำราญแล้วจากนั้นจึงเดินทางมาท่องเที่ยวยังน้ำตกคลองนารายณ์ตั้งอยู่ในเขตเขาสระบาป อำเภอแหลมสิงห์ ระยะทาง 17 กิโลเมตรจากตัวเมืองจันทบุรีต้นน้ำเกิดจากยอดเขาสระบาปไหลลงสู่บ้านคลองนารายณ์ น้ำตกมีทั้งหมด 5 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกคือชั้นที่กำลังจะสร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 300 เมตร ชั้นที่สองเป็นบ่อน้ำสักศักสิทธิ์ อยู่ห่างจากชั้นแรก 1 กิโลเมตร ชั้นที่สามเป็นชั้นน้ำตกคลองนารายณ์ ซึ่งเป็นชั้นน้ำตกที่สวยที่สุดของน้ำตกคลองนารายณ์ อยู่ห่างจากน้ำตกชั้นที่สอง 1 กิโลเมตร ชั้นที่สี่ชื่อน้ำตกกลาง และชั้นที่ห้าชั้นสุดท้ายชื่อน้ำตกอัศจรรย์ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ2ชั่วโมงเศษๆ
สำหรับน้ำตกคลองนารายณ์ เป็นน้ำตกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย เพราะรัชกาลที่ 4 เคยเสด็จประพาสมาพร้อมรัชกาลที่ 5 ซึ่งตอนนั้นยังทรงพะเยาว์อยู่ จากนั้นรัชกาลที่ 4 ได้ทรงสร้างเจดีย์ไว้ที่ริมน้ำตกชั้นที่1 เมื่อครั้งเสร็จประพาสน้ำตกแห่งนี้ แต่ปัจจุบันองค์พระเจดีย์ได้ถูกน้ำป่าพัดจนองค์พระเจดีย์พังทะลายลงไปหมดแล้ว ปัจจุบันคงเหลือเพียงแต่ซากอิฐเก่าขององค์พระเจดีย์ที่ยังคงหลงเหลือไว้เป็นหลักฐาน สมาคมชาวจันทบุรีจึงมีแนวคิดที่จะบูรณะองค์พระเจดีย์ขึ้นมาใหม่ โดยสร้างไว้ที่ริมตลิ่งด้านข้างน้ำตกเพื่อให้ชาวจันทบุรีและนักท่องเที่ยวได้มาสักการะบูชาระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประเทศชาติ

- บริเวณสถานที่ก่อสร้างองค์พระเจดีย์ริมลำธารน้ำ
น้ำตกคลองนารายณ์ชั้นที่ 1
น้ำตกคลองนารายณ์ขั้นที่1
น้ำตกคลองนารายณ์ อยู่ในความดูแลของหน่วยพิทักษ์ป่า พล.3 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติพลิ้ว บ้านคลองนารายณ์ และบ้านสระบาป ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
ติดต่อ-จองบ้านพัก ได้ที่ +66 (0) 1475 3589 และสามารถกางเต็นท์พักแรมในบริเวณที่จัดไว้ให้ 
จากนั้นเดินทางต่อมายังวัดทองทั่ว ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ห่างจากตัวเมืองจังหวัดไปทางทิศตะวันออกไป5 กิโลเมตรมีตำนานเรื่องราวก่อนสร้างวัด ก็คือ สมัยก่อนมีวัดอยู่วัดหนึ่งอยู่ห่างจากวัดทองทั่วไปทางทิศใต้ราว 400 เมตร ชื่อว่า “วัดเพนียด” ต่อมาวัดนี้ได้กลายเป็นวัดร้าง และต่อมาได้สร้างวัดขึ้นใหม่ ชื่อว่า “วัดทองทั่ว” ซึ่งชื่อวัดมาจากตำนานเมืองกาไว ที่ว่าพระนางกาไวจะหนีแล้วหว่านทองไปทั่วเพื่อให้ทหารฝ่ายศัตรูมัวพะวงเก็บทองจะหนีได้สะดวกสำหรับประวัติการสร้างวัดทองทั่วไม่มีหลักฐานว่าสร้างในปี พ.ศ.ใด แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่าอาจสร้างในยุคที่เมืองจันทบุรียังตั้งอยู่ในแถบนี้ สร้างโดยเจ้าผู้ครองนคร องค์ใตองค์หนึ่ง 
จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอุโบสถหลังเก่า และใบเสมา พอจะสันนิษฐานว่า วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และได้รับการบูรณะเพิ่มเติมเรื่อยมา จุดเด่นในวัดนี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน
1. พิพิธภัณฑ์เมืองเพนียด เป็นอาคารที่อยู่ตรงข้ามกับอุโบสถ ภายในเก็บรวมรวมวัตถุโบราณ ที่ค้นพบในบริเวณโบราณสถานเมืองเพนียด และของทางวัดพิพิธภัณฑ์เมืองเพนียด เปิดเวลา 08.00 - 16.00 น.ค่าเข้าชม บริจาคตามศรัทธา
แนะนำให้โทรศัพท์ตรวจสอบวันเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์ ที่ เบอร์ ๐๓๙ ๓๒๕ ๗๖๓
พิพิธภัณฑ์เมืองเพนียด
-วัตถุโบราณล้ำค่าภายใน
พิพิธภัณฑ์เมืองเพนียดในวัดทองทั่ว
2. อุโบสถหลังเก่า สร้างขึ้นพร้อมๆ กับวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อทอง พระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย เป็นที่นับถือของชาวบ้าน ที่ฐานพระและบนเพดานมีลวดลายเล็กๆ น้อยๆ แบบพื้นบ้าน หน้าอุโบสถมีโกลนรูปปั้นสิงห์ นำมาจากปราสาท
3. เจดีย์ มี 2 องค์ ทรงระฆังเหมือนกัน
นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถหลังเก่า ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของตำบลทองทั่ว มีนามว่า “พระสุวรรณมงคล” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “หลวงพ่อทอง” สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายแห่งเดียวในภาคตะวันออกที่ยังคงความสมบูรณ์เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ปิดทองพระพุทธรูปองค์จริงอย่างใกล้ชิอีกด้วยส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางวัดจะนำ "พระบรมอัฐิ สมเด็จพระเจ้าตากสิน" ที่พบใต้ฐานพระในอุโบสถให้ประชาชนสรงน้ำและสักการะและมีประเพณีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ไถ่ชีวิตโค – กระบือ การประกวดก่อพระเจดีย์ทราย รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ฯลฯ 
“พระสุวรรณมงคล” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า
หลวงพ่อทองประดิษฐานอยู่ในภายในพระอุโบสถหลังเก่า
สำหรับทางเข้าวัดทองทั่ว อยู่ติดกับถนนสุขุมริมฝั่งขาเข้าเมืองจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ5 กิโลเมตร เมื่อเข้าซอยไปประมาณ 1 กิโลเมตรจะเป็นที่ตั้งของวัดทองทั่วและ เลยไปอีก 300 เมตรก็ถึงโบราณสถานเมืองเพนียดหรืออีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทหินจันทบูร” เป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู จากการค้นพบชิ้นส่วนทับหลัง ทำให้ทราบว่าโบราณสถานเมืองเพนียด อาจจะสร้างในยุคก่อนเมืองพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งเก่าแก่กว่า นครวัด นครธม หลายร้อยปีเลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม สภาพของปราสาทในปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงรากฐาน,บันได และกำแพง ส่วนที่เหลือก็ได้ผุพังไปตามกาลเวลา ทุกวันนี้ โบราณสถานเมืองเพนียด จัดเป็น ปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออก และน่าชื่นชมคนในชุมชนใกล้เคียง ช่วยกันดูแลบริเวณรอบๆ ปราสาท ทำให้ไม่รกร้างแลดูสะอาดตา
วัดทองทั่ว และโบราณสถานเมืองเพนียด แม้จะต่างยุคสมัย ต่างศาสนา แต่ด้วยความที่อยู่ใกล้เคียงกัน และยังสะท้อนถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของจันทบุรี อาจจะกล่าวได้ว่า ทั้งสองแห่งนี้ เป็นโบราณสถาน ต้องห้าม...พลาด ของจังหวัดจันทบุรี
ช้อปสินค้าโอท็อปที่เกาะเปริด
ก่อนจบทริปนี้แวะทานข้าวกลางวันที่วัดเกาะเปริดตั้งอยู่ภายในชุมชนเกาะเปริดอ.แหลมสิงห์ บางคนอ่านออกเสียงเพี้ยนไปเป็นชุมชนเกาะ เป – ริดซึ่งเป็นการเรียกชื่อที่ผิดชาวบ้านภายในชุมชนจะเรียกว่าชุมชนเกาะเปริดซึ่งเป็นภาษาเขมรมีความหมายว่า “กวาง”สำหรับเมนูอาหารกลางที่ชาวบ้านจัดให้คณะของเรารับประทานก็มีน้ำพริกผักจิ้ม, แกงคั่วปูม้าใส่หน่อไม้ดอง,ห่อหมกปลาทะเล,ปลาอินทรีทอดน้ำปลา, ต้มสัมปลาอินทรี กุ้งแชบ๊วยนึ่งรสชาติแบบพื้นบ้านฝีมือชาวบ้านในชุมชนเกาะเปริดแท้ๆ ลุงหนวดบอกได้คำเดียวว่าอร่อยทุกอย่างและน่าจะอร่อยกว่าอาหารตามร้านอาหารทั่วๆไปด้วยซ้ำ 
-เมนูอาหารของชุมชนชาวเกาะเปริด
สำหรับชุมชนเกาะเปริด ตั้งอยู่ในอ.แหลมสิงห์ เป็นชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ที่ยังคงอาชีพทำประมงไว้อย่างเหนียวแน่น ทุกเช้าจะมีเรือประมง แล่นเรือออกไปหา กุ้ง หอย ปลาหมึก ปู ปลา กลับเข้าฝั่งตอนสายของอีกวัน นำกุ้ง หอย ปู ปลาที่หามาได้มาขายกันสดๆในราคาย่อมเยา เหลือจากขายก็นำมาแปรรูปเป็นสินค้าโอท็อปของชุมชนตัวอย่างเช่น ปลากุเลาเค็ม,หัวน้ำปลาแท้, กุ้งแห้ง,ปลาหมึกแห้ง ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันถึงแหล่งผลิตในราคาย่อมเยาอีกด้วย
-วิถีชีวิตชุมชนชาวเกาะเปร็ดอ.แหลมสิงห์พึ่งพาอาศัยการประมงเป็นอาชีพหลัก
-ปลากุเลาตากแห้งสินค้าo-TOPของชุมชนชาวเกาะเปร็ดราคาตัวละ 380 บาท
- โรงงานนำ้ปลาอุดมศิลป์เป็นโรงงานนำ้ปลาที่เก่าแก่ที่สุดในชุมชนเกาะเปร็ด
-น้ำปลาแท้สินค้าo-TOP ของชุมชนชาวเกาะเปร็ด
นอกจากนี้บ้านเกาะเปริดยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้มากมัก แต่ก็พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนด้วยความเต็มใจ แหล่งท่องเที่ยวก็มีหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็น ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสักการะและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติในอ.แหลมสิงห์อาทิเช่นคุกขี้ไก่และตึกแดงสร้างขึ้นในสมัยฝรั่งเศสปกครองเมืองจันทบุรีอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติเช่น หินหมูสีชมพู ซึ่งน่าจะเป็นมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เพราะเกิดขึ้นที่ชายหาดบ้านเกาะเปริดแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตการซ่อมเรือประมงพื้นบ้านและการซ่อมอวนหาปลา อีกด้วย
- คุกขี้ไก่แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาตร์ในอ.แหลมสิงห์
- ตึกแดง
แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาตร์อีกแห่งหนึ่งในอ.แหลมสิงห์
สุดท้ายนี้สมาคมชาวจันทบุรีจึงอยากจะใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เมืองจันทบุรี“ชวน ชิมทุเรียน เที่ยวน้ำตก ช้อปสินค้าโอท็อป” กันที่อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรีเพราะทริปนี้เป็นทริปที่ครบทุกอรรถรส ได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเมืองจันทบุรี ชิมทุเรียนอร่อยสุดยอดของเมืองจันท์ เที่ยวน้ำตกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ของไทย ท่องเที่ยวในชุมชนชาวประมงที่ยังคงวิถีชีวิตแบบพึ่งพาธรรมชาติอยู่พร้อมช้อปปิ้งสินค้าโอท็อปกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนประเทศมั่นคงประชาชนมั่งคั่งอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวอยากจะมาท่องเที่ยวตามรอยเส้นทาง“ชวน ชิมทุเรียน เที่ยวน้ำตก ช้อปสินค้าโอท็อป” แบบลุงหนวดก็ไม่ว่ากันชาวจันทบุรียินดีต้อนรับครับ
- ลุงหนวด รายงาน
- ขอขอบคุณ ......สมาคมชาวจันทบุรี

Comments