Travellers‎ > ‎

เยือนเขาพนมกุเลนดินแดนแห่งเทพเจ้า มหัศจรรย์กับศิวลึงค์ใต้น้ำนับพันองค์

posted Nov 17, 2016, 12:25 AM by Suthep Puangmahod

เรื่องและภาพโดย - สุเทพ พวงมะโหด

                              ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบในประเทศกัมพูชาออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร ณ บริเวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเทือกเขาพนมกุเลนซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อเกือบ1,000 ปีที่ผ่านมาชาวขอมโบราณเชื่อกันว่าบนเทือกเขาแห่งนี้คือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เปรียบประดุจดั่งสรวงสวรรค์ถิ่นที่ประทับของเหล่าบรรดาทวยเทพในศาสนาฮินดูเช่นพระวิษณุ,พระศิวะและพระพรหม



                                                                                               เทือกเขาพนมกุเลน

และในช่วงระหว่างสงครามความขัดแย้งในประเทศกัมพูชาเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้คือสถานที่ต้องห้ามสาเหตุเพราะดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดงเสียงปืนและระเบิดจากการสู้รบเกิดขึ้นทุกวันจนได้ยินไปไกลถึงเมืองเสียมเรียบที่ตั้งของมหาปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากกันระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร



                                                                                    แผนที่การเดินทางจากด่านปอยเปตไปอุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลน



                                                                                               ป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติพนมกุเลน

ต่อมาหลังจากสงครามความขัดแย้งภายในประเทศกัมพูชาสิ้นสุดลงและหลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาได้ทำการเก็บกู้กับระเบิดจนหมดสิ้นแล้ว จึงได้ทำการประกาศให้เขาพนมกุเลนเป็น "อุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลน" และจากนั้นในราวปีค.ศ 1992 จึงสามารถเปิดเขาพนมกุเลนให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นมาท่องเที่ยวได้โดยคิดค่าธรรมเนียมคนละ20 ยูเอสดอลล่าร์ต่อคนในการขึ้นมาเยี่ยมชมขุนเขาแห่งเทพเจ้าในครั้งนี้



                                                                         น้ำตกพนมกุเลนตั้งอยู่ในป่าทึบบนเทือกเขาพนมกุเลน

และในวันหนึ่งช่วงกลางฤดูฝนของเดือนกรกฎาคมผมได้มีโอกาสเดินทางด้วยรถTaxiรับจ้างในเมืองเสียมเรียบตามถนนลูกรังสภาพค่อนข้างดีผ่านท้องไร่ท้องนาอันเขียวขจีของชาวนากัมพูชาขึ้นสู่บนยอดเขาพนมกุเลนถิ่นที่ประทับของบรรดาเหล่าทวยเทพทั้งหลายในศาสนาฮินดู
ด้วยระยะทาง47กิโลเมตรบนเส้นทางพื้นราบและระยะทางอีก13กิโลเมตรบนเส้นทางขึ้นเขาอันคดเคี้ยววกวนซึ่งเปิดให้รถยนต์ขึ้นมาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00น.เท่านั้นส่วนเวลาตั้งแต่13.00-18.00น.เป็นช่วงเวลาปิดแต่จะเปิดให้รถยนต์ลงได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น(ห้ามขึ้น)ผมเดินทางมาถึงยังยอดเขาพนมกุเลนซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลน
เทือกเขาพนมกุเลนดินแดนแห่งเทพเจ้าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14หรือในราวปีพ.ศ.1345ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ศิลปะแบบกุเลนในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สำหรับคำว่า " พนม"ในภาษากัมพูชาหมายถึง"ภูเขา"และคำว่า "กุเลน" หมายถึง"ต้นลิ้นจี่" ชื่อนี้ได้มาจากในอดีตที่ผ่านมาบนเขาพนมกุเลนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นลิ้นจี่ป่าที่ขึ้นอยู่มากมายบนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้



                                                                                      รูปศิวลึงค์กับโยนีสิ่งเคารพสูงสุดในศาสนาฮินดู


                                              ลำธารน้ำอันใสสะอาดบนเทือเขาพนมกุเลนเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเสียมเรียบหล่อเลี้ยงชาวกัมพูชามานานนับพันปี




                                                              รูปศิวลึงค์กับโยนีขนาดใหญ่แทนฤาษีหนึ่งพันตนถูกแกะสลักอยู่ในลำธารนำบนเขาพนมกุเลน

เขาพนมกุเลนหรือ "มเหนทรบรรพต" เป็นเทือกเขาสูงทอดตัวยาว37กิโลเมตรความสูง800เมตรลักษณะคล้ายโบกี้รถไฟซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้ทรงสถาปนาศูนย์กลางเมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆ กับที่พระองค์ได้ทรงสถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้น หลังจากหลุดพ้นจากการปกครองของชวา จากนั้นพระองค์ได้ทรงให้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นโดยอัญเชิญพราหมณ์ที่มีชื่อว่า "ศิวะไกรวัลย์"จากเมืองกัมปงจามมาเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมดังกล่าว โดยไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บอกว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทรงประทับอยู่บนเขาพนมกุเลนระยะเวลานานเท่าใด แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อกันว่าคงไม่นานนักเพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน จึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นเมืองหลวงเท่าใดนัก ในที่สุดพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ก็ทรงเสด็จกลับมาครองราชย์ที่เมืองหริหราลัยตามเดิมจากนั้นก็ทรงประทับอยู่ที่เมืองหริหราลัยจนถึงวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ก็ทรงเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.1393 ภายหลังการเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงได้รับพระนามว่า "ปรเมศวร" หลังจากนั้นไม่มีกษัตริย์ขอมองค์ใดย้ายเมืองหลวงมาบนเขาพนมกุเลนอีกเลย หลังจากนั้นมาอีก 300 ปี จึงได้มีการสร้างมหาปราสาทนครวัดขึ้น สำหรับร่องรอยของปราสาทต่างๆบนเขาพนมกุเลนพบว่ายังมีปราสาทหลังเล็กๆอีก37แห่งบนเขาแห่งนี้ แต่มีสภาพทรุดโทรมลงมาก มีเพียงแต่ศิวลึงค์ที่ถูกแกะสลักอยู่ใต้น้ำนับพันองค์และภาพแกะสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ตลอดความยาว400เมตรในลำธารบนเขาพนมกุเลนแห่งนี้



                                                                                          รูปศิวลึงค์กับโยนียักษ์ในลำธารน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลน

ศิวลึงค์นับพันองค์บนเขาพนมกุเลนแห่งนี้จมอยู่ใต้ลำธารน้ำไม่ลึกมากนัก ในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ถือว่าศิวลึงค์เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งมวลบนโลกใบนี้ ศิวลึงค์ก็คือสัญญลักษณ์ของอวัยวะเพศชายใช้แทนองค์พระศิวะเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และฐานโยนีที่ล้อมรอบศิวลึงค์ นั่นก็คืออวัยวะเพศหญิงซึ่งหมายถึงพระนางอุมาเทวีชายาของพระศิวะนั่นเอง ในศาสนาฮินดูเชื่อกันว่าตราบใดที่อวัยวะทั้งสองอย่างนี้ถ้ายังอยู่ด้วยกัน ตราบนั้นโลกจะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองสงบสุข
                                  สำหรับการบูชาศิวลึงค์นั้น พราหมณ์จะเป็นผู้นำน้ำมาราดบนด้านบนของศิวลึงค์และน้ำที่รดนั้นจะไหลออกไปที่ช่องโยนีลงไปสู่ท่อโสมสูตรประชาชนก็จะมารองรับน้ำนี้ไปดื่มกินกันโดยเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้



                                                                      รูปแกะสลักพระวิษณุหรือพระนารายณ์อยู่ในลำธารน้ำฝีมือของชาวขอมโบราณ


 
                                                             รูปแกะสลักะนารายณ์บรรทมสินธุ์และพระนางรัศมีพระชายาแกะสลักอยู่บริเวณริมลำธารน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลน



                                                                        รูปแกะสลักพระวิษณุหรือพระนารายณ์ บรรทมสินธุ์อยู่ริมลำธารนำบนเขาพนมกุเลน
                                      
                   สำหรับการประกอบพิธีกรรมทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ จะกระทำกันไม่บ่อยนัก โดยปกติแล้วแท่นศิวลึงค์จะถูกประดิษฐานอยู่ตรงกลางภายในปรางค์ประธานของปราสาทต่างๆ เมื่อกระทำพิธีกรรมทางศาสนาเศกน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงได้ปริมาณน้ำที่ไม่มากนักในขณะที่ประชาชนต่างพากันมารองรับน้ำกันเป็นจำนวนมาก พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทรงเห็นว่าประชาชนจะได้น้ำศักดิ์สิทธิ์กันไม่ทั่วถึง จึงเกิดความคิดที่จะทำให้แม่น้ำเสียมเรียบกลายเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เสมือนกับแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดียจากนั้นพระองค์จึงทรงโปรดให้ทำการแกะสลักสร้างศิวลึงค์อยู่ใต้น้ำเสียเลยและเมื่อกระแสน้ำไหลผ่านรูปแกะสลักศิวลึงค์ใต้น้ำ จึงกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ให้ประชาชนมารองรับน้ำไปดื่มกินและใช้ในการเกษตรกรรมเรือกสวนไร่นาจะอุดมสมบูรณ์ทั่วทั้งแผ่นดินกัมพูชาตลอดไป


                                                                                ฐานโยนีจมอยู่ในลำธารน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลน

ส่วนศิวลึงค์ที่อยู่ในลำธารน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเสียมเรียบตั้งอยู่บนเขามีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นหินทรายอยู่ใต้ลำธารน้ำความยาว 400 เมตร ซึ่งการแกะสลักชาวขอมโบราณจะทำการเปลี่ยนเส้นทางการไหลของกระแสน้ำเสียใหม่โดยทำการเบี่ยงการไหลของกระแสน้ำให้ไหลลงไปอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อจะให้บริเวณที่จะทำการแกะสลักศิวลึงค์ใต้น้ำทำได้สะดวกขึ้นและเมื่อแกะสลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงทำการปล่อยให้กระแสน้ำไหลมาลงตามลำธารเดิมสำหรับศิวลึงค์ที่อยู่ใต้น้ำมีมากถึงหนึ่งพันองค์ซึ่งใช้แทนฤาษีหนึ่งพันตน นอกจากศิวลึงค์แล้วยังมีรูปพระศิวะเทพถูกแกะสลักอยู่ด้วยกัน พนมกุเลนเป็นที่ตั้งของมเหนทรบรรพตมเหนคร ซึ่งหมายถึง "พระศิวะ" ส่วนบรรพตนั้นหมายถึง"ภูเขา"ความหมายของเมืองจึงเป็นที่อยู่ของพระศิวะ เขาพนมกุเลนจึงเปรียบเสมือนกับเป็นนิมิตรรูปของเขาพระสุเมรุราชที่มีทั้งหมด109 ยอด สำหรับยอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดเขาไกรลาศ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระศิวะและพระนางอุมาเทวี เขาพนมกุเลนแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของภูเขาหิมาลัยต้นกำเนิดของแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดียซึ่งชาวฮินดูเชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลลงมาจากสรวงสวรรค์นั่นเอง





                                   รูปแกะสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์รูปบนคือพระพรหมกำเนิดจากสะดือของพระนารายณ์แกะสลักอยู่ในลำธารนำฝีมือของชาวขอมโบราณ

หลังจากชมความมหัศจรรย์ของศิวลึงค์นับพันองค์แล้ว สายน้ำที่ไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆลงมาสู่ที่ต่ำยังก่อให้เกิดชั้นน้ำตกอันสวยงามถึงสามชั้นด้วยกัน ชั้นแรกเป็นน้ำตกชั้นเล็กๆความสูง 2 เมตรเรียกว่าชั้น "ศิวะ"ลงสรงน้ำได้แต่เฉพาะแต่พระมหากัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้นสำหรับชั้นที่สองมีความสูง3เมตรเรียกว่าชั้น "วิษณุ"ใช้ได้แต่พราหมณ์ส่วนชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สามที่มีความสูง60เมตรใช้สำหรับราษฏรทั่วไปสำหรับชั้นที่สามนี้กระแสน้ำจะไหลลงมาเป็นม่านน้ำขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่นที่เรียงรายอยู่สองข้างลำธารน้ำอันศักสิทธิ์บนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้



                                                                                                                น้ำตกพนมกุเลนชั้นที่1



                                                                                                           น้ำตกพนมกุเลนชั้นที่ 2




                                                                                                       น้ำตกพนมกุเลนชั้นที่ 3



                                                                                        อีกมุมหนึ่งของน้ำตกพนมกุเลนชั้นที่ 3



                                                                             นำ้ผุดต้นกำเนิดของลำธารน้ำและน้ำตกบนเขาพนมกุเลนมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ


                                                            นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันประหลาดใจกับบ่อน้ำผุดบนเทือกเขาพนมกุเลน


                                                             นักท่องเที่ยวต่างชาติวักน้ำในบ่อน้ำผุดมารับประทานเพราะเชื่อว่าเป็นน้ำที่สะอาดและศักดิ์สิทธิ์


                                                                   จากบ่อน้ำผุดบนเทือกเขาพนมกุเลนไหลลงมาเป็นแม่น้ำเสียมรียบในปัจจุบันนี้

ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือในช่วงเวลาวันหยุดยาวประจำปีชาวกัมพูชาจะหอบลูกจูงหลานเดินทางขึ้นมาพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างคับคั่ง



                                                                ในช่วงวันหยุดยาวชาวเขมรเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจเล่นน้ำตกกันบนเขาพนมกุเลน

นอกจากการที่จะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์หรือที่นักท่องเที่ยวหลายคน ขนานนามว่า "เทวาลัยใต้น้ำ"บนเทือกเขาพนมกุเลนแล้ว ยังมีศาสนสถานอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปเที่ยวชมก็คือ "วัดพระองค์ธม" หรือ "วัดพระองค์ใหญ่"นั่นเอง ตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากน้ำตกพนมกุเลนไม่มากนักภายในวัดแห่งนี้บนยอดเขาสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดความยาว10 เมตรสูง3เมตรซึ่งเดิมทีเป็นก้อนหินขนาดใหญ่จากนั้นถูกแกะสลักมาเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขึ้นโดยฐานองค์พระยังคงเป็นแท่นหินอยู่ พระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1701 ในรัชสมัยพระเจ้าศรีสุคนธบุตรและพระเจ้าองค์จันทร์ที่ 1สำหรับการขึ้นไปสักการะนั้นจะต้องปีนบันไดสูงกว่าสิบเมตรขึ้นไปยังโบสถ์ลอยฟ้า ที่สร้างขึ้นไว้คลุมองค์พระ



                                                                    พระพุทธรูปปางไสยาสน์ถูกแกะสลักมาจากหินทั้งก้อนภายในวัดพระองค์ทมบนยอดสูงสุดของเทือกเขาพนมกุเลน



                                                                       พระพักตร์ของพระพุทธรูปปางไสยาสน์แกะสลักมาจากหินทั้งก้อนบนเขาพนมกุเลน



                                                                                          พระแม่ธรณีบีบมวยผมบนเขาพนมกุเลน



                                                                         ชาวกัมพูชาเดินทางขึ้นเขาพนมกุเลนมาทำบุญกันในวันพระใหญ่

นอกจากนี้บริเวณโบสถ์ของวัดยังมีหน้าชานยื่นออกมาใช้เป็นจุดชมวิวอันสวยงาม มองเห็นวิวทิวทัศน์ผืนป่าอันเขียวขจีภายในอุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลนแห่งนี้อีกด้วยครับ.
                                                                 ท่านใดที่มีความประสงค์จะไปท่องเที่ยวยังประเทศกัมพูชาแล้วต้องการใช้บริการรถตู้ท่องเที่ยวส่วนบุคคลในเมืองเสียมเรียบประเทศกัมพูชาในราคาย่อมเยาสามารถติดต่อได้ที่ คุณ จุมโนชื่อเล่น เคน ชาวกัมพูชาพูดไทยได้คล่องแคล่วอัธยาศัยดีทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ในเมืองเสียมเรียบประเทศกัมพูชาคุณเคนยินดีเดินทางมารับท่านถึงหน้าด่านปอยเปตเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาท่านใดสนใจ สามารถติดต่อได้ทางe-mail mrkhane99 @gmail Facebook khiev khanLine 0818380011 โทรศัพท์ +855 9667881133 +855 17366805

ลุงหนวดรับประกันมรรยาทและอัธยาศัยไม่เอาเปรียบหลอกลวงลูกค้าครับ



                                                                  คุณจุมโนชื่อเล่น เคน ชาวกัมพูชาพูดไทยได้พร้อมรถตู้ท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา

แต่ถ้ามีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะติดต่อได้ที่

- บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

973/4 ถนนมาเจริญ(บางบอน5) แขวงหนองแขม เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร10160 โทรศัพท์ : 0-2814-9585, 0-2814-9586


โทรสาร : 0-2814-9587 http://www.indochinaexplorer.com

Email: indochinaexplorer@hotmail.com
Comments