"รมว.วัฒนธรรม” ห่วงใยประชาชนประสบอุทกภัยภาคเหนือ–อีสาน สั่ง “ปลัด วธ.” กำกับติดตามใกล้ชิด ระดมทุกหน่วยดูแลบุคลากร–ศาสนสถาน–เครือข่าย พร้อมประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำหลาก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้กำชับ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่อย่างทันท่วงที
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในระยะนี้ หลายพื้นที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยล่าสุดมีการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ จังหวัดเชียงราย ซึ่งพื้นที่อำเภอเทิงมีระดับน้ำในแม่น้ำอิงและแม่น้ำลาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อาทิ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ทั้งนี้ สถานการณ์ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
“ดิฉันมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน รวมถึงบุคลากรของกระทรวงวัฒนธรรม ศาสนสถาน โบราณสถาน แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ศิลปิน เครือข่ายทางศาสนาและวัฒนธรรม ตลอดจนชุมชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมเข้าไปสนับสนุนการช่วยเหลือในส่วนที่กระทรวงสามารถดำเนินการได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกำกับ ดูแล และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค สำรวจและติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของ บุคลากร อาคารสถานที่ ทรัพย์สินของทางราชการ โบราณสถาน ศาสนสถาน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม พร้อมรายงานข้อมูลและความต้องการความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบกำกับ ติดตาม และประสานการดำเนินงานในภาพรวม ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงในแต่ละพื้นที่ โดยมี กองตรวจราชการ เป็นฝ่ายเลขานุการศูนย์ประสานงาน และจัดทำระบบรายงานข้อมูลออนไลน์ เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์จากพื้นที่แบบ Real-time สำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจและรายงานผู้บริหารกระทรวงเป็นประจำทุกวัน และสามารถประสานการช่วยเหลือได้ทันต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ ได้แจ้งให้ กรมการศาสนา ส่วนราชการในสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การทางศาสนา และภาคส่วนต่าง ๆ เตรียมความพร้อมด้านสิ่งของจำเป็นสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสมณบริขารสำหรับพระภิกษุและศาสนสถานที่ได้รับผลกระทบ โดยให้พิจารณาความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ
“กระทรวงวัฒนธรรมจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมบูรณาการกำลังของทุกหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการ ที่สำคัญคือขอให้บุคลากรทุกหน่วยดูแลความปลอดภัยของตนเอง ทรัพย์สินของทางราชการ และประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก และหากพบสถานการณ์รุนแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ขอให้รายงานทันที เพื่อให้กระทรวงสามารถเข้าไปประสานและสนับสนุนการช่วยเหลือได้โดยเร็วที่สุด” นางสาวซาบีดา กล่าว




ไม่มีความคิดเห็น