Breaking News

สมาคมโภชนาการฯ สานพลัง สสส. เปิดเวทีโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ชู “อาหารดีต่อคน ดีต่อโลก” เดินหน้าสร้างระบบอาหารสุขภาพให้คนไทยเข้าถึงได้จริง มีคุณภาพ-ปลอดภัย สสส. เร่งขับเคลื่อนนโยบายลดหวาน มัน เค็ม ลดเสี่ยง NCDs ปั้นชุมชนต้นแบบพัฒนาการเด็กปฐมวัย 5 แห่ง โรงพยาบาลอาหารสุขภาพ 11 แห่ง พร้อมหนุนยกระดับสตรีทฟู้ดไทย เพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพ มุ่งสร้างสุขภาวะคนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ต.ค. 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายด้านอาหารและโภชนาการ จัดการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ภายใต้หัวข้อ “โภชนาการเพื่อสุขภาวะของมนุษย์และโลกอย่างยั่งยืน” (Nutrition for Sustainable Human and Planetary Health) ระหว่างวันที่ 22–23 ต.ค. 2569 เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านอาหารและโภชนาการสู่การพัฒนาระบบอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพประชาชนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม โดยมีนักวิชาการ แพทย์ นักกำหนดอาหาร บุคลากรสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 600 คน

รศ. ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านอาหารและโภชนาการ ทั้งโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ภาวะทุพโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืนของระบบอาหาร ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพของมนุษย์และโลกควบคู่กัน การส่งเสริมโภชนาการในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงให้ประชาชนได้รับสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม แต่ต้องคำนึงถึงที่มาของอาหาร กระบวนการผลิต การกระจายอาหาร การเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านโภชนาการกับการพัฒนาระบบอาหาร เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน


“การประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอองค์ความรู้และงานวิจัยในหลากหลายประเด็น เช่น ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบอาหาร แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมนุษย์และโลก การปรับปรุงข้อแนะนำการบริโภคอาหารสำหรับคนไทย (Food-Based Dietary Guidelines: FBDGs) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสุขภาพและความยั่งยืน รวมถึงสภาพแวดล้อมทางอาหารในเมือง โภชนาการแม่และเด็ก อาหารกับโรคไม่ติดต่อ ไมโครพลาสติกในอาหาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลพันธุกรรมในการดูแลโภชนาการเฉพาะบุคคล โดยสมาคมฯ มุ่งหวังให้องค์ความรู้จากการประชุมสามารถนำไปต่อยอดสู่การวิจัย การปฏิบัติงานด้านสุขภาพ และข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์สุขภาพประชาชนในระยะยาว” นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ กล่าว

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ผลการศึกษาภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย 2565 พบว่า คนไทยสูญเสียปีสุขภาวะจากการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรรวมประมาณ 20.5 ล้านปี โดยภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คิดเป็น 12.2% หรือประมาณ 2.5 ล้านปีสุขภาวะ ขณะที่การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 3 คิดเป็น 9% หรือประมาณ 1.85 ล้านปีสุขภาวะ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบอาหารและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการสูญเสียปีสุขภาวะของประชาชนในระยะยาว ซึ่งปัญหาการบริโภคอาหารไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับระบบอาหารตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาด การกระจายสินค้า ราคา ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารของประชาชน จึงต้องปรับระบบอาหารและสภาพแวดล้อมให้ประชาชนเข้าถึงอาหารสุขภาพได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม


“สสส. ทำหน้าที่เป็นกลไกเร่งการเปลี่ยนแปลงของระบบ (System Catalyst) ผ่านการขับเคลื่อนงาน 3 ด้าน 1. สนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันมาตรการและนโยบายสาธารณะ เช่น ภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล การลดบริโภคโซเดียม การสร้างสภาพแวดล้อมอาหารเพื่อสุขภาพในโรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน และสถานประกอบการ 2. พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เช่น การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัย 5 แห่ง และโรงพยาบาลต้นแบบด้านอาหารสุขภาพ 11 แห่ง 3. ผลักดันการจัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล สสส. มุ่งเปลี่ยนจากการปรับพฤติกรรมรายบุคคล สู่การสร้างระบบอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพของทุกคน ตั้งแต่การผลิตและกระจายอาหารที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการเข้าถึงอาหารสุขภาพอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดระบบอาหารปลอดภัยที่ยั่งยืน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และความร่วมมือกับภาคีวิชาการ โดยมีสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ เป็นภาคีสำคัญในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ สร้างสภาพแวดล้อมอาหารเพื่อสุขภาพ และสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะ นอกจากนี้ สสส. ยังร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ สนับสนุนงานวิจัยยกระดับอาหารริมบาทวิถี (Street Food) ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการพัฒนาพื้นที่อาหารริมบาทวิถีต้นแบบ โดยมุ่งพัฒนาแนวทางการจัดการอาหาร เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ และยกระดับคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยของอาหาร ปัจจุบันมี 24 พื้นที่ ครอบคลุม 32 จังหวัด พร้อมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ สสส. มุ่งสานต่อความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs และสร้างระบบอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม







ไม่มีความคิดเห็น