Breaking News

ภาคประชาชนค้านคุมปืนเข้ม จี้รัฐบาลฟังเสียงผู้มีใบอนุญาต - “นักกีฬาทีมชาติ” ครวญฝึกซ้อมถูกแช่แข็ง

 คณะก่อตั้งสมาคมผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายประเทศไทย เปิดเวทีเสวนา “ฝ่าวิกฤตปืนถูกกฎหมาย สู่การเสนอ พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ภาคประชาชน” ผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คนร่วมสะท้อนผลกระทบ หลังรัฐบาลเดินหน้าคุมอาวุธปืนเข้มข้น ทั้งการครอบครอง การพกพา และการซื้อขาย ขณะที่อดีตรองอธิบดีกรมการปกครองเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังผู้ได้รับใบอนุญาต ส่วนนักกีฬายิงปืนทีมชาติชี้มาตรการที่เข้มงวดกำลังกระทบการฝึกซ้อมและการแข่งขันระดับนานาชาติ

สถานการณ์การควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลยังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากภาคประชาชนและวงการกีฬา ล่าสุด คณะก่อตั้งสมาคมผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตปืนถูกกฎหมาย และร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การเสนอ พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ ภาคประชาชน” ที่โรงแรมแกรนด์ไชน่า แบงค็อก เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เกี่ยวข้องในวงการอาวุธปืนกว่า 100 คน รวมถึงตัวแทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์

นายชาครีย์ เชาวนสมิทธิ์ คณะก่อตั้งสมาคมผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายประเทศไทย กล่าวว่า ภาคประชาชนไม่ได้ต้องการต่อต้านอำนาจรัฐ แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจนเรื่องสิทธิของผู้ครอบครองอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) สิทธิในการครอบครองอาวุธปืนตามใบอนุญาตที่ผ่านการกลั่นกรองจากนายทะเบียน 2) สิทธิในการนำปืนที่ได้รับอนุญาตไปยังสถานที่ที่มีความจำเป็น เช่น สนามยิงปืน ร้านซ่อม หรือการย้ายที่อยู่อาศัย 3) สิทธิในการฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความรู้และความชำนาญ 4) สิทธิในการปกป้องตนเอง ครอบครัว และชุมชนภายใต้กรอบของกฎหมาย

นายชาครีย์ กล่าวว่า สิ่งที่ภาคประชาชนเรียกร้องไม่ได้หมายถึงการเปิดทางให้ผู้ครอบครองสามารถพกปืนติดตัวไปในที่สาธารณะได้โดยเสรี แต่ต้องการให้ผู้ที่มีอาวุธปืนอย่างถูกต้องสามารถนำอาวุธปืนไปฝึกซ้อมได้อย่างถูกกฎหมาย โดยต้องนำพาอย่างมิดชิด และเมื่อถึงสนามยิงปืนจึงนำออกมาใช้งาน ย้ำว่าการฝึกซ้อมเป็นส่วนสำคัญสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืนที่ต้องการมีความรู้และความชำนาญในการใช้งานอย่างถูกต้อง

“เราไม่ได้ต้องการสิทธิว่าเราจะต้องสามารถพกปืนได้ ไม่ได้ต้องการขนาดนั้น ภาคประชาชนต้องการให้พิจารณาถึงความสามารถของรัฐในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถอยู่ทุกพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุได้ตลอดเวลาว ผมอยากเสริมว่าในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสมอว่าท่านและพรรคของท่านเข้ามาด้วยการเลือกตั้งจากประชาชน ท่านจะฟังเสียงประชาชน ผมอยากสอบถามว่า คนอีก 5-6 ล้านคน ซึ่งครอบครองปืนไม่ใช่ประชาชนคนไทยหรือครับ อยากให้รัฐบาลคิดและรับฟังเสียงสะท้อนที่มาจากภาคประชาชน” นายชาครีย์ ระบุ


นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เคยรับผิดชอบงานด้านการสอบสวนและนิติการ เห็นว่ารัฐควรรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอย่างรอบด้าน เนื่องจากระบบการขอใบอนุญาตในปัจจุบันมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขออย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

“อาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมในสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปัญหาปืนผิดกฎหมาย ขอเสนอว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดการปืนเถื่อน การซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ และสิ่งเทียมอาวุธปืนที่สามารถนำไปดัดแปลงได้ มากกว่าการเพิ่มภาระให้กับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว”

อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กังวลต่อแนวคิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ป.4 ต้องนำอาวุธปืนมาตรวจสอบและต่ออายุทุก 5 ปี โดยเห็นว่าอาจสร้างภาระให้กับประชาชนและเพิ่มภาระงานแก่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ปัจจุบันมีช่องทางตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับอนุญาต และหากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือพฤติการณ์ของผู้ครอบครอง นายทะเบียนก็มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายได้

“หากรัฐบาลจะออกมาตรการใหม่ควรดำเนินการผ่านกระบวนการของพระราชบัญญัติ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบคอบ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งจัดการปืนผิดกฎหมายและการค้าอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายเป็นหลัก โดยหลีกเลี่ยงมาตรการที่อาจเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่มากเกินความจำเป็น” อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ระบุ

นายอธิป อนันทวรรณ (ก๊อต) แชมป์โลกเพาะกาย 2016 นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย 2007-2022 กล่าวว่า มาตรการควบคุมอาวุธปืนที่กำลังเกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงการกีฬายิงปืน โดยเฉพาะเรื่องการนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนออกไปฝึกซ้อมและแข่งขัน ในฐานะอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยที่ผ่านการแข่งขันในระดับนานาชาติมาเป็นเวลานาน ขอสะท้อนมุมมองว่า วงการยิงปืนของไทยสามารถสร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมถึงมีนักกีฬาไทยอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่ปัจจุบันนักกีฬากำลังเผชิญข้อจำกัดเกี่ยวกับปืนและกระสุน จนส่งผลต่อการฝึกซ้อม ขณะที่การแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลกกำลังเดินหน้า

“ตอนนี้นักกีฬาไทยไม่มีการฝึกซ้อม แล้วเราจะเดินทางไปแข่งระดับโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่นักกีฬายังไม่มีการฝึกซ้อม ขณะที่หลายประเทศยังสามารถฝึกซ้อมและพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง นักกีฬาไทยกลับต้องเผชิญข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำปืนออกจากบ้านและการจัดหากระสุนสำหรับการฝึกซ้อม การยิงปืนในฐานะกีฬาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อนำอาวุธไปใช้ทำร้ายผู้อื่น แต่เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ อีกทั้งการแข่งขันยิงปืนระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในประเทศไทยยังสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจากนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และครอบครัวที่เดินทางเข้ามาร่วมการแข่งขัน”

นายอธิป กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแยกมาตรการสำหรับกีฬายิงปืนและนักกีฬาที่อยู่ในระบบ ออกจากการควบคุมอาวุธปืนเพื่อป้องกันอาชญากรรม ทั้งขอให้ภาครัฐเปิดทางให้นักกีฬาสามารถนำปืนและกระสุนไปฝึกซ้อมได้ภายใต้ระบบควบคุมที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ นายอธิป กล่าว

อนึ่งประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีข้อสั่งการให้ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่และการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน ป.3 จนกว่าจะมีมติ ครม. พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และมีแนวทางให้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ป.4 ต้องต่ออายุทุก 5 ปี รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการซื้อขายเครื่องกระสุนปืนและสนามยิงปืน

ก่อนหน้านี้ นายอนุทินยังลงนามคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือ ป.12 เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี โดยรัฐบาลระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและลดการนำอาวุธปืนไปก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่แนวทางด้านกฎหมายของรัฐบาลยังครอบคลุมการจัดการปืนผิดกฎหมาย โดยมีการผลักดันมาตรการเปิดทางให้ผู้ครอบครองปืนเถื่อนนำอาวุธปืนมาส่งมอบให้ทางราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยได้รับการยกเว้นความผิดตามเงื่อนไขของกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังเดินหน้าจัดทำกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่เพื่อควบคุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการใช้อาวุธปืน

ไม่มีความคิดเห็น