Breaking News

วันงดสูบบุหรี่โลก 2026 สสส. - เครือข่าย INHPF ผนึกพลังภาคีสุขภาพทั่วโลก ออกแถลงการณ์เตือนภัยอุตสาหกรรมยาสูบเร่งปั้นนักสูบหน้าใหม่ผ่านบุหรี่ไฟฟ้า-สื่อดิจิทัล เจาะเด็กและเยาวชนทั่วโลก พร้อมเรียกร้องรัฐเร่งใช้นโยบายคุมเข้ม สกัดวงจรเสพติดนิโคติน

 

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวภายหลังเครือข่ายกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ (International Network of Health Promotion Foundations : INHPF) ออกแถลงการณ์ร่วม เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2026 เรื่อง “เปิดโปงกลยุทธ์สร้างแรงดึงดูด: ร่วมต้านการเสพติดนิโคตินและยาสูบ” ว่า สสส. ในฐานะสมาชิกก่อตั้งและเลขานุการของเครือข่ายกองทุนสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ (INHPF) ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันนโยบายสร้างเสริมสุขภาพและควบคุมปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากอิทธิพลเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยาสูบที่ยังคงมุ่งสร้างผู้เสพหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอุตสาหกรรมยาสูบทำการตลาด ผ่านกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเยาวชน ทั้งกลิ่นรส รูปลักษณ์คล้ายของเล่น การใช้สื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงนิโคตินได้ง่ายขึ้นอย่างน่ากังวล จึงจำเป็นเต้องปกป้องประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จากอิทธิพลของอุตสาหกรรมยาสูบและนิโคตินที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วผ่านผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่และการตลาดบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

“เครือข่ายกองทุนสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ (INHPF) จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1. คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ ลดการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน โดยยกเลิกกลิ่นรสจูงใจ ใช้ซองบุหรี่แบบเรียบ และควบคุมรูปแบบผลิตภัณฑ์ 2. ห้ามโฆษณาและการตลาดทุกรูปแบบ โดยเฉพาะผ่านสื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ พร้อมเพิ่มภาษีเพื่อลดการเข้าถึง 3. ปราบปรามการลักลอบขายผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ควบคู่กับมาตรการช่วยเลิกสูบและป้องกันนักสูบหน้าใหม่ 4. ป้องกันการแทรกแซงนโยบายสาธารณสุขจากอุตสาหกรรมยาสูบ ตามกรอบ WHO FCTC 5. ผลักดันมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และยุติการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 6. สร้างภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพให้เด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้น 7. สนับสนุนบทบาทชุมชนในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 8. สนับสนุนมาตรการช่วยเลิกบุหรี่และรณรงค์ลดนักสูบหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า การป้องกันปัญหานี้ต้องอาศัยมาตรการเชิงนโยบายที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพให้กับสังคม โดยแถลงการณ์ เครือข่ายกองทุนสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ (INHPF) ระบุว่า ปัจจุบันมีวัยรุ่นอายุ 13-15 ปีทั่วโลกกว่า 40 ล้านคนใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และอีกกว่า 15 ล้านคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยเยาวชนมีแนวโน้มใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าผู้ใหญ่ถึง 9 เท่า ขณะที่ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าโลกมีมูลค่า 45.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 462.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 สสส. พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับเครือข่ายนานาชาติ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานกำหนดนโยบาย เพื่อผลักดันมาตรการที่อิงหลักฐานทางวิชาการ สร้างความตระหนักรู้ต่อภัยของบุหรี่ไฟฟ้า และปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นเป้าหมายทางการตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและป้องกันการเสพติดตั้งแต่วัยเยาว์


ไม่มีความคิดเห็น